คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2489
ย่อคำพิพากษา
ชายฉุดคร่าห์หญิงที่เคยอยู่ด้วยกันฉันท์สามีภรรยาแต่มิได้จดทะเบียน โดยเข้าใจว่า ผู้เสียหายยังเป็นภรรยาอยู่ ดังนี้ไม่มีความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกับพวกสมคบกันฉุดคร่าห์นางอบไปเพื่อการอนาจาร และวิ่งราวสร้อยคอนางอบ ขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นไม่ฟังในข้อวิ่งราว ส่วนในข้อฉุดคร่าห์นั้น พะยานจำเลยแน่นหนาในข้อได้เคยได้เสียกับผู้เสียหาย แม้จะฟังเช่นนี้ผู้เสียหายก็ไม่ใช่ภรรยาจำเลย เมื่อรับว่าได้ฉุดคร่าห์ผู้เสียหายไปจริง จำเลยก็ต้องมีผิด พิพากษาให้ลงโทษจำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้ ฟังได้ว่าจำเลยเคยเป็นสามีผู้เสียหาย ที่จำเลยฉุดคร่าห์ไปก็เพื่อให้ไปอยู่กินด้วยกันตามเดิม แม้ว่าผู้เสียหายจะไม่ได้เป็นภรรยาจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมายก็ตาม ก็เรียกได้ว่า ผู้เสียหายเป็นภรรยาจำเลยแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเท่านั้น จำเลยไม่มีเจตนากระทำผิดทางอาญา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2489
อัยยการสมุทรสงคราม,นางอบ พัธนเสน โจทก์
นายบุญ ชลิงสุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสมุทรสงคราม,นางอบ พัธนเสน · จำเลย - นายบุญ ชลิงสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิเทศนฤบาล · ศาลอุทธรณ์ - พระดุลย์อารณ์โกวิท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา