⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1100/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ทรัพย์สินที่เรียกว่าของหมั้นและสินสอด จะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น หากไม่มีการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ทรัพย์สินดังกล่าวจะตกเป็นของฝ่ายที่ให้โดยไม่มีเหตุผลอันกฎหมายรับรอง และฝ่ายที่ให้สามารถเรียกคืนได้

ย่อคำพิพากษา

ชายหญิงได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภริยา มาช้านาจนกระทั่งมีบุตรโดยต่างฝ่ายต่างสมัครใจที่จะไม่ไปจดทะเบียนสมรสนั้น ถือได้ว่าชายหญิงมีเจตนาเพียงแต่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันท์สามีภริยาเท่านั้น มิได้ถือเอาการจดทะเบียนสมรสเป็นสำคัญมาแต่แรกเมื่อกรณีเป็นดั่งนี้ ทรัพย์ที่ที่ได้ให้กันโดยเรียกว่า เป็นของหมั้นก็ดีการให้เงินอันเรียกว่าสินสอดก็ดีหาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดไม่ฉะนั้นแม้จะถือว่ามิได้มีการสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายชายก็เรียกเงินและทรัพย์ที่ให้ไว้ดังกล่าวคืนไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ได้สู่ขอนางสาวจันบุตรีจำเลยให้เป็นภรรยาโจทก์ จำเลยตกลงยินยอมโดยให้ฝ่ายโจทก์จัดหาไม้กระดานปูนอกชานเรือนให้จำเลย ๑๒ แผ่นเป็นของหมั้น โจทก์ได้จัดการนำไม้กระดานเคี่ยมมาปูนอกชานให้จำเลย ๑๒ แผ่นราคา ๓๖๐ บาท ครั้นเมื่อโจทก์กับนางสาวจันได้ทำพิธีสมรสอยู่กินเป็นสามีภริยากัน โจทก์ได้นำเงิน ๕๐๐ บาทเป็นสินสอดให้จำเลยสมรสกันแล้วจำเลยไม่ไปจดทะเบียนให้ความยินยอม และต่อมาจำเลยพาลหาเหตุขับไล่โจทก์มิให้อยู่ โจทก์ต้องกลับมาอยู่บ้านโจทก์ จึงขอให้จำเลยส่งคืนไม้กระดาน ๑๒ แผ่นกับเงินสินสอด ๕๐๐ บาท กับผลข้าวที่โจทก์ร่วมแรงทำนากับจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์หมั้นนางจันด้วยไม้เคี่ยม ๑๒ แผ่น โจทก์กับนางจันสมรสกันแล้วของหมั้นจึงตกได้แก่นางจัน ส่วนสินสอดจำเลยได้รับเพียง ๑๐๐ บาท คู่ความรับกันว่า โจทก์กับนางจันบุตรจำเลยได้แต่งงานกันตามประเพณี และอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภริยาเป็นเวลาเกือบ ๒ ปี มีบุตรด้วยกัน ๑ คนแต่ตายแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อได้แต่งงานและอยู่กินเป็นสามีภริยากันแล้ว แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็คงถือว่าได้มีการสมรสกันแล้ว โจทก์จะเรียกคืนสินสอดทองหมั้นไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมิได้จดทะเบียนสมรสก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการสมรสกันตามกฎหมาย แต่การที่โจทก์กับนางจันได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภริยามาช้านานจนกระทั่งมีบุตร และการที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสนั้น ไม่ปรากฎว่าเป็นความผิดของฝ่ายใดพฤติการณ์ฟังได้ว่าการที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสสนั้น เป็นความสมัครใจของโจทก์และนางจัน หรืออีกนัยหนึ่งโจทก์และนางจันทร์มีเจตนาแต่ทำพิธีแต่งงานตามประเพณีและอยู่กินฉันท์สามีภริยาเท่านั้น มิได้ถือเอาการจดทะเบียนสมรสเป็นสำคัญมาแต่แรก จึงย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าการที่โจทก์ให้ไม้กระดานอันเรียกว่าเป็นของหมั้นก็ดี การให้เงินอันเรียกว่าสินสอดก็ดีหาได้ให้ในฐานะเป็นของหมั้นและสินสอดนั้นเป็นการให้โดยมีเจตนาจะสมรสกันตาม กฎหมาย แต่คดีนี้ดังที่ได้วินิจฉัยมา ทั้งสองฝ่ายหาได้มีเจตนาจะจดทะเบียนสมรสอันจะให้ถือเป็นการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ โจทก์จะมาเรียกทรัพย์หรือต้นเงินดังกล่าวนั้นคืนตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๔๓๖ ไม่ได้ สำหรับข้าวที่ฟ้องโจทก์อ้างว่าควรได้ในลักษณะหุ้น่วนแต่ตามฟ้องไม่มีข้อความ หรือมีข้อตกลงอันเป็นพฤติการณ์ให้เห็นว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกข้าวรายนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1100/2493 นายนก เทพคง โจทก์ นางเขียด ศรีภักดี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนก เทพคง · ล. - นางเขียด ศรีภักดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · จำรูญเนติศาสตร์ · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายจำรัส อมรสุข · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 878/2518ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 70/2518ฎีกา 269/2488ฎีกา 1693/2500ฎีกา 676/2487ฎีกา 308/2479ฎีกา 994/2499ฎีกา 384/2494ฎีกา 370/2498ฎีกา 761/2495ฎีกา 771/2509ฎีกา 2357/2518ฎีกา 1491/2506ฎีกา 914/2493ฎีกา 409/2485ฎีกา 180/2494ฎีกา 137/2481ฎีกา 1025/2501ฎีกา 683/2492ฎีกา 1198/2492ฎีกา 664/2497ฎีกา 2237/2519ฎีกา 1852/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา