⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1491/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การยกที่ดินให้โดยมีเจตนาให้เป็นการแทนสินสอด และผู้รับได้เข้าครอบครองแล้ว ถือว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นตกแก่ผู้รับโดยสมบูรณ์ แม้จะไม่ได้จดทะเบียน 2. ชายจะเรียกสินสอดคืนได้ต่อเมื่อการสมรสไม่สมบูรณ์เพราะหญิงเป็นฝ่ายผิดที่ไม่ยอมจดทะเบียนสมรส

ย่อคำพิพากษา

บิดามารดาของฝ่ายชายยกที่นามือเปล่าให้แก่มารดาของฝ่ายหญิง แทนเงินค่าสินสอด โดยทำหนังสือสัญญากันเอง และได้ชี้เขตแบ่งแยกออกจากที่นาผืนใหญ่ของตน ทั้งมารดาของฝ่ายหญิงก็เข้าครอบครองที่นานั้นแล้ว ดังนี้ ถือได้ว่าสิทธิครอบครองที่นาส่วนนั้นตกได้แก่มารดาของฝ่ายหญิงแล้ว โดยไม่จำต้องไปจดทะเบียน สิทธิของชายที่จะเรียกคืนสินสอดในกรณีที่การสมรสไม่สมบูรณ์เพราะขาดการจดทะเบียนนั้น จะต้องปรากฎว่าหญิงป็นฝ่ายผิด ไม่ยอมจดทะเบียนสมรส

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1449

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า นายบุญมา บุตรจำเลยได้ทำพิธีแต่งงานกับนางสาวบุญแต่ง บุตรโจทก์ ในวันแต่งงานจำเลยไม่มีเงินสินสอดไปให้โจทก์ตามที่ตกลงกันไว้เป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท จำเลยจึงได้ทำหนังสือโดยใช้แบบพิมพ์สัญญากู้ฉบับหนึ่งให้โจทก์ยึดถือไว้ มีข้อความกล่าวถึงจำนวนเงิน ๘,๐๐๐ บาท และนำเอาที่ดิน ๑๐ ไร่มาแทนเงิน ๘,๐๐๐ บาท ตอนท้ายระบุว่าจะไม่ได้อยู่กินกับนางสาวบุญแต่งที่เรือนโจทก์ได้ราว ๒ เดือน ก็กลับไปอยู่ที่บ้านจำเลย นายบุญมากับนางสาวบุญแต่งมิได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ต่อมานายบุญมาถูกคนร้ายแทงตาย โจทก์เข้าไถหว่านในที่พิพาทเนื้อที่ ๑๑ ไร่นั้น ต่อมาจำเลยเข้าไถหว่านทับ โจทก์จึงฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายในการไม่ได้ทำนา ๒,๔๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่านาพิพาทได้สิทธิครอบครองเป็นของโจทก์แล้ว ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง กับให้ใช้ค่าเสียหาย ๑,๔๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่นามือเปล่า เมื่อจำเลยสละสิทธิครอบครองให้โจทก์ ทั้งได้นำชี้แจงแบ่งแยกจากที่นาผืนใหญ่ของจำเลย และโจทก์ก็ได้ครอบครองไถหว่านในที่พิพาทแล้ว จึงถือได้ว่าสิทธิครอบครองที่พิพาทตกได้แก่โจทก์แล้ว โดยไม่จำต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การที่ไม่มีการจดทะเบียนสมรสนั้น ฟังได้ว่าเป็นเรื่องที่บุตรชายของจำเลยเองไม่ยอมไปจดทะเบียน หาใช่เป็นความผิดของบุตรสาวโจทก์ไม่ สิทธิของชายที่จะเรียกคืนสินสอดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๖๓ ในกรณีที่การสมรสไม่สมบูรณ์เพราะขาดการจดทะเบียนนั้น ต้องปรากฎว่าหญิงเป็นฝ่ายผิดไม่ยอมจดทะเบียนสมรส ตามนัยฎีกาที่ ๖๕๙/๒๔๘๗ (ที่จำเลยฎีกาว่านายบุญมากับนางสาวบุญแต่งยังมิได้เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิได้ที่พิพาทไว้เป็นกรรมสิทธิ์นั้น จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนค่าเสียหายโจทก์ก็มีสิทธิเรียกร้อง จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2506 นางบุญมา มานพ โจทก์ นายธูป รอดงามเลิศ ที่ 1 นางสี รอดงามเลิศ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญมา มานพ · จำเลย - นายธูป รอดงามเลิศ ที่ 1 นางสี รอดงามเลิศ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท สุมาวงศ์ · เชื้อ คงคากุล · สิทธิ เกตุทัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายจรัส ศรีวรรธนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 10866/2546ฎีกา 1405/2515ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 107/2493ฎีกา 1251/2500ฎีกา 878/2518ฎีกา 383/2490ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 70/2518ฎีกา 1922/2522ฎีกา 7786/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา