⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 525/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหมั้นจะสมบูรณ์เมื่อฝ่ายชายได้ส่งมอบของหมั้นให้แก่ฝ่ายหญิงแล้วเท่านั้น หากไม่มีการหมั้นตามกฎหมาย ฝ่ายที่ผิดสัญญาจะสมรสจะไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนได้.

ย่อคำพิพากษา

การหมั้นและจะเรียกว่าหมั้นก็ต่อเมื่อฝ่ายชายนำของหมั้นไปมอบให้ฝ่ายหญิง อันเป็นเรื่องที่เข้าใจกันตามธรรมดาและตามประเพณี เมื่อมีการหมั้นแล้ว ถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้นฝ่ายนั้นต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1438 โดยที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษ เช่นนี้ เมื่อฝ่ายชายเพียงแต่ตกลงว่าจะสมรสโดยไม่มีการหมั้น ดังนี้ จึงอยู่นอกขอบเขตที่กฎหมายรับรอง หากไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงไว้ จะเรียกค่าทดแทนหาได้ไม่ การที่ไม่มีประเพณีท้องถิ่นว่าจะต้องมีของหมั้น มิใช่เหตุจะพึงยกขึ้นลบล้างบทกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1438 ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ เป็นบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองและเป็นผู้แทนโจทก์ที่ ๒ ซึ่งมีอายุ ๑๗ ปี เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๐๗ จำเลยที่ ๑ ได้มาสู่ขอและทำการหมั้นโจทก์ที่ ๒ ให้แก่จำเลยที่ ๒ โจทก์ทั้งสองรับหมั้น เรียกค่าสินสอด ๒,๐๐๐ บาท จำเลยตกลงและกำหนดทำการสมรสในวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๐๗ ที่บ้านของโจทก์ที่ ๑ แต่จำเลยไม่ปรากฏตัวเลย จึงไม่มีการรสมรส โจทก์ได้เตรียมสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่มเพื่อใช้ในการสมรสรวม ๗,๑๗๘ บาท ทำให้โจทก์ได้รับการเสียหายอับอายขายหน้า ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ๗,๑๗๘ บาท จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้หมั้นหรือไม่ได้นัดหมายว่าจะแต่งงาน จำเลยพูดจาสู่ขอโจทก์ที่ ๒ เป็นภริยาจำเลยที่ ๒ จริง แต่โจทก์เรียกค่าสินสอด ๒,๐๐๐ บาท จำเลยขอลดเพียง ๑,๖๐๐ บาท โจทก์ไม่ยอมรับ จำเลยจึงไม่ได้นัดแต่งงานกับโจทก์ โจทก์ไม่เสียหาย เพราะไม่มีการนัดแต่งงาน ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญาจะแต่งงานตามฟ้อง ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์รวม ๔,๖๕๘ บาท จำเลยอุทธรณ์ว่า ไม่มีการหมั้น และศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายเกินความจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ไม่ได้ความว่าฝ่ายจำเลยให้ทรัพย์สินอะไรไว้แก่โจทก์ จึงไม่เป็นการหมั้นตามกฎหมาย เมื่อไม่มีการหมั้นก็เรียกค่าทดแทนไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่รับรองตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๗๖/๒๔๘๗ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาว่ากฎหมายไม่ได้บังคับว่าการหมั้นต้องมีของหมั้น ไม่มีประเพณีท้องถิ่นที่โจทก์จำเลยอยู่ว่าจะต้องมีของหมั้น จำเลยควรชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการผิดสัญญา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า หมั้น ตามที่เข้าใจกันตามธรรมดาและตามประเพณี จะเรียกว่าหมั้นก็ต่อเมื่อฝ่ายชายนำของหมั้นไปมอบให้ฝ่ายหญิงแล้ว เมื่อมีการหมั้นแล้วถ้าฝ่ายใดผิดสัญญาหมั้น ฝ่ายนั้นต้องรับผิดใช้ค่าทดแทนตามมาตรา ๑๔๓๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษเช่นนี้ การตกลงว่าจะสมรสโดยไม่มีการหมั้น จึงอยู่นอกขอบเขตที่กฎหมายรับรอง หากไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงไว้ จึงเรียกค่าทดแทนไม่ได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ไม่มีประเพณีท้องถิ่นที่โจทก์จำเลยอยู่ว่าจะต้องมีของหมั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ไม่มีประเพณีท้องถิ่นที่โจทก์จำเลยอยู่ว่าจะต้องมีของหมั้น มิใช่เหตุอันจะพึงยกขึ้นลบล้างบทกฎหมายดังกล่าวนั้นได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 525/2509 นายคำหมา สารรัมย์ ที่ 1, นางสาวสายทอง สารรัมย์ อายุ 17 ปี โดยนายคำหมา สารรัมย์ ผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ 2 โจทก์ นายทองมี โกพิมาย ที่1, นายอำนาจ โกพิมาย ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยนายคำหมา - นายคำหมา สารรัมย์ ที่ 1, นางสาวสายทอง สารรัมย์ อายุ 17 ปี · โจทก์ - สารรัมย์ ผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ 2 · จำเลย - นายทองมี โกพิมาย ที่1, นายอำนาจ โกพิมาย ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกีรติ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 878/2518ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 1971/2517ฎีกา 70/2518ฎีกา 269/2488ฎีกา 1336/2518ฎีกา 1217/2496ฎีกา 1693/2500ฎีกา 676/2487ฎีกา 308/2479ฎีกา 564/2518ฎีกา 994/2499ฎีกา 1305/2514ฎีกา 384/2494ฎีกา 1166/2487ฎีกา 370/2498ฎีกา 761/2495ฎีกา 771/2509ฎีกา 1586/2494ฎีกา 2357/2518ฎีกา 1100/2493ฎีกา 982/2518ฎีกา 1491/2506ฎีกา 90/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา