⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1778/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1778/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บิดามารดาฝ่ายชายทำสัญญายกที่นาให้เป็นของหมั้นแก่หญิง แม้จะมีการแต่งงานกันแล้ว แต่หากยังไม่ได้มีการมอบหมายการครอบครองที่นาให้แก่หญิงอย่างแท้จริง และการสมรสไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ก็ยังไม่ถือว่าที่นานั้นเป็นของหมั้นตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

พ่อแม่ฝ่ายชายทำสัญญายกที่นา 10 ไร่โดยแบ่งออกจากนาแปลงใหญ่ + ให้เป็นของหมั้นแก่หญิงต่อมาหญิงชายได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันที่บ้านชายไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน นาที่ยกให้ก็ยังไม่ได้มอบหมายให้กันอย่างแท้จริง ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่านา 10 ไร่นี้เป็นของหมั้นตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1436 หญิงจะฟ้องเรียกนา 10 ไร่นี้ในฐานเป็นของหมั้นไม่ได้ หากจะถือว่าเป็นสัญญาให้ที่มีการตอบแทน จุดประสงค์ของผู้ให้เพื่อให้คู่สมรสได้ใช้สรอยทำกินด้วยกันเป็นสำคัญ เมื่อหญิงกับชายไม่ได้สมรสกันโดยถูกต้องตาม ก.ม.แล้วและบัดนี้ยังแยกไม่ได้อยู่กินด้วยกันอีก ก็นับว่าไม่เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ให้ จึงไม่มีเหตุที่หญิงจะเรียกร้องเอานานี้ได้ส

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.144 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.526 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑-๒ ได้สู่ขอโจทก์เพื่อเป็นคู่สมรสกับจำเลยที่ ๓ โดยจำเลยยกนาให้กับโจทก์เป็นของหมั้น เป็นเนื้อที่นา ๑๐ ไร่ ต่อมาโจทก์กับจำเลยที่ ๓ ได้แต่งงานกันตามประเพณี แล้วโจทก์ไปทำมาหากินที่บ้านจำเลย ได้ปกครองทำกินในที่นา ๑๐ ไร่ ของหมั้นนี้ตลอดมา บัดนี้จำเลยทั้งสามขับไล่โจทก์ โจทก์จึงขอให้จำเลยแบ่งแยกที่นา ๑๐ ไร่ ซึ่งเป็นของหมั้นของโจทก์ให้โจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่า สัญญาตามฟ้องเป็นสัญญาต่างตอบแทนไม่เป็นสัญญาจะให้ตามมาตรา ๕๒๕ หรือ ๕๒๖ โจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาได้ จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๒ แบ่งแยกนาให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยที่ ๑-๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จะถือว่าสัญญาตามฟ้องเป็นสัญญาที่มีการตอบแทนกัน กรณีไม่เข้า ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๕๒๕ หรือ ๕๒๖ ก็ดี แต่เป็นสัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อน คือต้องมีการสมรสซึ่งหมายความว่าการสมรสโดยชอบด้วย ก.ม. เมื่อโจทก์กับจำเลยที่ ๓ มิได้จดทะเบียนสมรสกัน ถือว่ายังมิได้สมรสกันตาม ก.ม.โจทก์ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องเอานาตามฟ้องได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ว่ายกให้ ๑๐ ไร่ก็ยังหาได้มอบหมายแบ่งแยกให้เป็นส่วนสัดอย่างใดไม่ การครอบครองก็ได้ความเพียงว่าเมื่อโจทก์ไปอยู่บ้านจำเลย โจทก์และจำเลยทั้งสามได้ทำนารายนี้รวมกันไปทั้งสามแปลง จึงยังถือไม่ได้ว่า นา ๑๐ ไร่รายนี้เป็นของหมั้นตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๔๓๖ เพราะยังไม่ได้มอบหมายให้กันอย่างแท้จริง ดังนั้นโจทก์จะฟ้องเรียกนา ๑๐ ไร่รายนี้ในฐานเป็นของหมั้นย่อมไม่ได้ และอีกประการหนึ่งหากแปลสัญญานี้ว่าเป็นสัญญายกให้ที่มีการตอบแทนดังศาลชั้นต้นกล่าวมา จุดประสงค์ของการให้ก็เพื่อให้คู่สมรสได้ใช้สรอยทำกินด้วยกันเป็นสำคัญ แต่โจทก์กับจำเลยที่ ๓ นอกจากว่าไม่ได้สมรสกันโดยถูกต้องตาม ก.ม.แล้ว บัดนี้ยังแตกแยกไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกนับว่าไม่เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ให้ จึงไม่มีเหตุที่โจทก์จะเรียกร้องเอาที่นาตามฟ้องได้ดุจกัน จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1778/2493 นางอำนวย พรมพันธ์ โจทก์ นายมี ไกรพุก ที่ 1, นางภารี ไกรพุก ที่2, นายจำปี ไกรพุก ที่3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอำนวย พรมพันธ์ · ล. - นายมี ไกรพุก ที่ 1, นางภารี ไกรพุก ที่2, นายจำปี ไกรพุก ที่3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายวิริยะ เกิดศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 451/2491ฎีกา 310/2483ฎีกา 5092/2541ฎีกา 2895/2519ฎีกา 1798/2506ฎีกา 802/2544ฎีกา 886-887/2498ฎีกา 1054/2502ฎีกา 384/2499ฎีกา 8056/2540ฎีกา 484/2493ฎีกา 5219/2531ฎีกา 586/2538ฎีกา 2026/2494ฎีกา 878/2518ฎีกา 2838/2527ฎีกา 15233/2553ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 319/2530ฎีกา 806/2518ฎีกา 488/2472ฎีกา 134/2513ฎีกา 1266/2519ฎีกา 291/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา