คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1693/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่มารดาได้รับเงินค่าเรือนหอและยินยอมให้บุตรใช้เรือนเป็นเรือนหอ ถือเป็นการยกกรรมสิทธิ์ในเรือนให้แก่บุตรแล้ว มารดาจะเรียกคืนไม่ได้.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ให้เงินแก่โจทก์ซึ่งเป็นมารดาจำเลยที่ 2 ที่จะแต่งงาน เป็นค่าเรือนหอ โจทก์ยินยอมให้เอาเรือนพิพาทเป็นเรือนหอ เมื่อแต่งงานแล้วจำเลยทั้ง 2 ก็อยู่ในเรือนพิพาท ๆ เป็นสินเดิมของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยต้องการจะย้ายที่อยู่ ได้จัดการย้ายเรือนพิพาทไป เช่นนี้ โจทก์จะมาเรียกให้จำเลยคืนเรือนไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าเรือนเป็นของโจทก์ นางเทืองจำเลยเป็นบุตรโจทก์สมรสกับนายสิงห์โตจำเลยอาศัยอยู่ในเรือนนี้ ต่อมาจำเลยกับพวกรื้อเอาเรือนไป จึงฟ้องให้จำเลยคืนเรือน
จำเลยต่อสู้ว่า เมื่อจะสมรสนายสิงห์โตเสียค่าสินสอดทองหมั้น และค่าเรือนหอหนึ่งพันบาทให้แก่โจทก์ เมื่อแต่งงานแล้วจำเลยอยู่ในเรือนหอนั้น ต่อมาจำเลยต้องการย้ายจึงรื้อเอาไป
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาจำเลยคืนเรือนให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยกลับชนะคดี
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินจิฉัยว่า เรือนพิพาทเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นสินเดิมของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่โดยการซื้อขาย แต่โดยโจทก์เรียกค่าเรือนหกไว้ จึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1693/2500
นางจันทร์ อมรเวช โจทก็
นายสิงห์โต สุขเพชรี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก็ - นางจันทร์ อมรเวช · จำเลย - นายสิงห์โต สุขเพชรี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถไพศาลศรุดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา