⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 370/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นิติกรรมที่หญิงมีสามีไปทำขึ้นโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมนั้นเป็นโมฆียะ และเมื่อสามีบอกล้างแล้ว นิติกรรมนั้นย่อมตกเป็นโมฆะ.

ย่อคำพิพากษา

นิติกรรมที่หญิงมีสามีไปทำขึ้นโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมนั้นย่อมเป็นโมฆียะ เมื่อสามีบอกล้างแล้วก็ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 138 ่การใดที่สามีหรือภริยากระทำซึ่งต้องรับความยินยอมจากกันนั้นเมื่อกฎหมายบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือแล้ว ผู้ใดจะอ้างว่าการนั้นได้รับความยินยอมแล้วโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออันเป็นการฝืนหลักกฎหมายเช่นนี้ ฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1436 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และนางนาเป็นสามีภริยากัน โดยชอบด้วยกฎหมาย นางนาได้รับมรดกที่ดินโฉนดที่ ๓๐๕๔ ตำบลเขาพระจังหวัดนครนายกร่วมกับนางทองมีนางจันทีน้องยังมิได้แบ่งแยกกันครั้น พ.ศ. ๒๔๙๕ จำเลยที่ ๑-๒ ได้มาโอนรับมรดกที่ดินส่วนของนางจันทีมารดาผู้วายชนม์ จำเลยสมคบกับพวกมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้นางนวลลงลายมือในหนังสือสัญญาให้กรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวข้างต้นให้แก่จำเลยโดยโจทก์ไม่ทราบหรือยินยอมให้ จึงเป็นโมฆียะไม่ชอบด้วยป.พ.พ.มาตรา ๓๘ ขอให้เพิกถอนสัญญานั้นเสีย จำเลยให้การต้องกันว่า นายนาภริยาโจทก์ได้ขอแลกเปลี่ยนที่ดินฉะเพาะส่วนของนางนากับส่วนของจำเลย คือนางนายกที่ดินตามโฉนดที่ ๓๐๕๔ ให้จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยกที่ดินฉะเพาะของจำเลยตามโฉนดที่ ๓๐๕๕ ให้นางนา โจทก์เจตนาไม่สุจริตเพราะนางนาภริยาโจทก์และโจทก์ได้ตกลงแลกเปลี่ยนกันเสร็จไปแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางนาเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ไม่ค้าน ศาลอนุญาต คู่ความรับกันว่านางนาเป็นภริยาโจทก์โดยชอบด้วยกฎหมายที่ดินโฉนดที่ ๓๐๕๔ นางนาได้รับมรดกระหว่างที่อยู่กินกับโจทก์เวลาทำนิติกรรมที่หอทะเบียนที่ดิน โจทก์ไม่รู้เห็นยินยอมด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาให้กรรมสิทธิฉะเพาะส่วนตามโฉนดที่ ๓๐๕๔ เสีย ฯลฯ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามรายงานพิจารณาหามีว่าจำเลยสละข้อต่อสู้อื่นๆ ไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ตัดสินใหม่จนหมดประเด็น โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่านายพุมมา โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองโดยอ้างว่านายพุมมาโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย โจทก์จำเลยรับกันว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย และนิติกรรมระหว่างนางนากับจำเลย นายพุมมากับโจทก์ไม่ได้รู้เห็นด้วยดังนี้ เมื่อโจทก์บอกล้างนิติกรรมก็ตกเป็น โมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๘ คู่กรณีจึงกลับคืนเข้าสู่ฐานะเดิม ส่วนที่จำเลยเถียงว่า โจทก์มีเจตนาไม่สุจริตเพราะโจทก์ทั้งสองได้ตกลงแลกเปลี่ยนที่ดินกันเสร็จไปแล้ว เท่ากับนายพุมมาโจทก์ให้ความยินยอมรู้เห็นด้วย และการยินยอมของสามีนั้นจะปฏิบัติด้วยวิธีการอย่างใดหาได้บัญญัติไว้ไม่นั้นเห็นว่าตาม ป.พ.พ.ม.๑๔๗๖ บัญญัติว่า "การใดที่สามีหรือภริยากระทำซึ่งต้องรับความยินยอมจากกัน และถ้าการนั้นมีกฎหมายบัญญัติให้ทำเป็นหนังสือหรือให้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ความยินยอมนั้นต้องทำเป็นหนังสือ" ข้อเถียงของจำเลยจึงเป็นการฝืนหลักกฎหมายดังกล่าวฟังไม่ได้ทั้งคำแถลงรับของจำเลยก็ตัดประเด็นข้อเท็จจริงอื่น ๆ หมด ไป พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2498 นายพุมมา ที่ 1 นางนา ที่ 2 โจทก์ นายจำปีที่ 1 นายแพที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพุมมา ที่ 1 นางนา ที่ 2 · จำเลย - นายจำปีที่ 1 นายแพที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายรื่น วิไลชนม์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 635/2484ฎีกา 3293/2530ฎีกา 6193/2551ฎีกา 874/2532ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 878/2518ฎีกา 3544/2542ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 662/2473ฎีกา 1266/2519ฎีกา 2394/2533ฎีกา 7419/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 541/2509ฎีกา 247/2501ฎีกา 1429/2505ฎีกา 290/2520ฎีกา 3392/2548ฎีกา 269/2488ฎีกา 462/2518ฎีกา 819/2500ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา