⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 945/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่สามีภริยาทำมาหาได้ร่วมกันในระหว่างสมรส ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของสามีและภริยา แม้ว่าภริยาจะเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินนั้นมาแต่เพียงผู้เดียวก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำยึดที่พิพาทของผู้ร้องในฐานะผู้ร้องเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์อ้างว่าเป็นของผู้ร้อง และผู้ร้องมิใช่ภริยาจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่า (1) จำเลยและผู้ร้องได้ร่วมกันทำมาหากินจนเกิดทรัพย์พิพาท จำเลยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทร่วมกับผู้ร้อง (2) ทรัพย์พิพาทเป็นสินบริคณห์ จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปใช้จ่ายในการทำมาหากินร่วมกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นลูกหนี้ร่วมตามกฎหมาย โจทก์ชอบที่จะยึดทรัพย์พิพาทได้ (3) แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาทมาจริง ผู้ร้องก็ซื้อมาในระหว่างเป็นภริยาจำเลย จึงถือได้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย โจทก์ชอบที่จะยึดได้ ดังนี้ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาทและผู้ร้องมิใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ศาลก็วินิจฉัยได้ว่าทรัพย์พิพาทเป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องทำมาหาได้ร่วมกัน จำเลยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทร่วมกับผู้ร้องดังข้อต่อสู้ของโจทก์ข้อ 1 และไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.282 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าโจทก์นำยึดที่ดินของผู้ร้องโดยอ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลย ขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์ให้การว่า ผู้ร้องเป็นภริยาของจำเลย ทำมาหากินร่วมกันกับจำเลยจนเกิดทรัพย์ที่ยึด ทรัพย์ที่ยึดเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง จำเลยเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์พิพาทตามกฎหมาย ผู้ร้องจะขอให้ถอนการยึดหาได้ไม่ จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปใช้จ่ายในการทำมาหากินร่วมกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นลูกหนี้ร่วมตามกฎหมาย โจทก์ชอบที่จะบังคับเอาจากทรัพย์พิพาทได้ แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาทมาจริง ผู้ร้องก็ซื้อมาในระหว่างเป็นภริยาจำเลย โจทก์ชอบที่จะยึดได้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า แม้ผู้ร้องกับจำเลยมิได้เป็นสามีภริยากันโดยถูกต้องตามกฎหมาย ที่พิพาทเป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องกับจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกันโจทก์มีสิทธิยึดเอามาขายทอดตลาดได้ ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์นำยึดที่พิพาทในฐานะผู้ร้องเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์อ้างว่าเป็นของผู้ร้อง และผู้ร้องมิใช่ภริยาจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่า (๑) จำเลยและผู้ร้องได้ร่วมกันทำมาหากินจนเกิดทรัพย์พิพาท จำเลยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทร่วมกับผู้ร้อง (๒) ทรัพย์พิพาทเป็นสินบริคณฑ์ จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปใช้จ่ายในการทำมาหากินร่วมกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นลูกหนี้ร่วมตามกฎหมาย โจทก์ชอบที่จะยึดทรัพย์พิพาทได้ (๓) แม้ผู้ร้องจะเป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาทมาจริง ผู้ร้องก็ซื้อมาในระหว่างเป็นภริยาจำเลย จึงถือได้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย โจทก์ชอบที่จะยึดได้ ดังนี้ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาท และผู้ร้องมิใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย การที่ศาลวินิจฉัยว่าทรัพย์พิพาทเป็นทรัพย์ที่จำเลยและผู้ร้องทำมาหากินได้ร่วมกันจำเลยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์พิพาทร่วมกับผู้ร้องนั้น จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นข้อ (๑) โดยตรงมิใช่วินิจฉัยนอกประเด็นแต่อย่างใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2509 บริษัทประมงไทย จำกัด โดยนาวาเอกพระพิจารณ์กลจักร์ ร.น. กับพวก โจทก์ นายหยก แซ่ฉั่ว จำเลย นางบ้วย แซ่เตียว ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทประมงไทย จำกัด โดยนาวาเอกพระพิจารณ์กลจักร์ ร.น. กับพวก · จำเลย - นายหยก แซ่ฉั่ว · ผู้ร้อง - นางบ้วย แซ่เตียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายพิสัณห์ ลีตะเวทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1413/2508ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 635/2511ฎีกา 2610/2538ฎีกา 805/2506ฎีกา 5494/2541ฎีกา 960/2485ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา