คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ศาลฎีกาชอบที่จะพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้
ย่อคำพิพากษา
ราษฎรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญา ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยฎีกาส่งสำนวนฎีกาให้โจทก์ไม่ได้เพราะโจทก์ถึงแก่กรรมไปแล้ว ดังนี้ ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้สมคบกันฆ่านายบุญเลื่อนบุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒
จำเลยที่ ๑, ๒ ฎีกา แต่ส่งสำเนาฎีกาให้นางอ่ำโจทก์ไม่ได้ เพราะปรากฏว่านางอ่ำถึงแก่กรรมไปแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ในชั้นนี้แม้โจทก์จะถึงแก่กรรมไปแล้วก็ไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินคดี ศาลฎีกาพึงทำการพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๔๔/๒๕๐๔ คดีระหว่างนายช่อง บุญทอง โจทก์ นายพิณ เครือจันทร์ จำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2510
นางอ่ำ สีบริบูรณ์ (หม้าย) โจทก์
นายของ โคสา ที่ 1 นายสอน สายสิน
ที่ 2 นายจอน บุญรอง ที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอ่ำ สีบริบูรณ์ (หม้าย) · สายสิน - นายของ โคสา ที่ 1 นายสอน · ล. - ที่ 2 นายจอน บุญรอง ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เนิ่น กฤษณะเศรนี · กิตติ สีหนนทน์ · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายชุบ วีระเวคิน · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา