คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การตกลงเรื่องผลกำไรหรือการรับรองผลตอบแทนขั้นต่ำระหว่างหุ้นส่วน ไม่ทำให้หุ้นส่วนหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้สินของห้างหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอก
* เมื่อหุ้นส่วนบอกเลิกห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนย่อมเลิกกันและต้องมีการชำระบัญชีก่อน จึงจะสามารถคืนเงินลงทุนให้แก่หุ้นส่วนได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยได้เข้าหุ้นส่วนกันซื้อโคกระบือส่งไปขายเพื่อเอากำไรแบ่งกันตามส่วนของเงินที่ลงทุน แม้ในสัญญาตกลงเข้าหุ้น จำเลยบอกโจทก์ด้วยว่าถ้ากิจการขาดทุนจะแบ่งเงินเป็นกำไรให้โจทก์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2,000 บาท ก็เป็นแต่เพียงคำรับรองของจำเลยต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่ว่ากรณีจะไม่เข้าบทบัญญัติมาตรา 1025 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันโจทก์จะไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของห้างหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอกหามิได้
เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้หนึ่งบอกเลิกห้างหุ้นส่วนแล้ว ห้างหุ้นส่วนย่อมเลิกกันและตั้งผู้ชำระบัญชี แต่คำขอของโจทก์ที่ขอให้ให้จำเลยคืนเงินลงทุนของโจทก์ 62,500 บาทนั้น เนื่องจากจะต้องมีการชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนเสียก่อน จึงเป็นเรื่องที่ศาลจะสั่งคืนให้โจทก์ยังไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนเพื่อประกอบการค้าซื้อกระบือมีชีวิตส่งไปจำหน่าย โดยมีข้อสัญญาว่า เมื่อสิ้นปีปฏิทินจะคิดบัญชีกำไรขาดทุนกันโจทก์ลงทุน ๖๒,๕๐๐ บาท ต้นปี ๒๕๐๘ โจทก์ได้บอกให้จำเลยคิดบัญชีกำไรขาดทุนกันจำเลยไม่ยอมคิด ฯลฯ ขอให้ศาลพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์จำเลย และให้จำเลยชำระเงิน ๖๒,๕๐๐ บาทกับให้จำเลยเสียดอกเบี้ย
จำเลยให้การปฏิเสธว่า จำเลยได้ดำเนินกิจการเป็นส่วนตัว ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งจ่าศาลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับดคีเป็นผู้ชำระบัญชีให้จำเลยชำระเงิน ๖๒,๕๐๐ บาทกับดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่าโจทก์จำเลยได้เข้าหุ้นกันซื้อโคกระบือส่งไปขายเพื่อเอากำไรแบ่งกันตามส่วนของเงินที่ลงทุน แม้ในสัญญาตกลงเข้าหุ้น จำเลยบอกโจทก์ด้วยว่าถ้ากิจการขาดทุนจะแบ่งเงินเป็นกำไรให้โจทก์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ก็เป็นแต่เพียงคำรับรองของจำเลยต่อโจทก์เท่านั้น มิใช่ว่ากรณีจะไม่เข้าบทบัญญัติมาตรา ๑๐๒๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันโจทก์จะไม่ต้องรับผิดชอบสำหรับหนี้ของห้างหุ้นส่วนต่อบุคคลภายนอกหามิได้เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้หนึ่งบอกเลิกห้างหุ้นส่วนแล้ว ห้างหุ้นส่วนนี้ย่อมต้องเลิกกันและตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้น สำหรับคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยคืนเงินลงทุนของโจทก์ ๖๒,๕๐๐ บาทนั้นเนื่องจากจะต้องมีการชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนเสียก่อนจึงเป็นเรื่องที่จะสังคืนให้โจทก์ในชั้นนี้ไม่ได้
พิพากษากลับ โดยพิพากษาให้เลิกห้างหุ้นส่วนสามัญของโจทก์จำเลยและตั้งจ่าศาลจังหวัดอุบลราชธานีเป็นผู้ชำระบัญชี.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2510
นายนุกูล ก้อนแก้ว โจทก์
นายทองดี แสนสุข จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายนุกูล ก้อนแก้ว · จำเลย - นายทองดี แสนสุข |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายดวง ดีวาจิน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา