คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งตาย ผู้เป็นหุ้นส่วนที่เหลืออยู่สามารถตกลงให้ทายาทของผู้ตายเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนได้
* การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งตายและไม่มีผู้ใดเข้าเป็นหุ้นส่วนแทน แต่ห้างหุ้นส่วนยังคงดำเนินกิจการต่อไป ถือว่าเป็นการดำเนินกิจการระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนที่เหลืออยู่
* ผู้เป็นหุ้นส่วนที่เหลืออยู่สามารถฟ้องขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้ หากผู้เป็นหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งถือตนเป็นเจ้าของทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนแต่เพียงผู้เดียว
* อายุความตามมาตรา 1754 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเกี่ยวกับหนี้ของเจ้ามรดก ไม่สามารถนำมาใช้ยกขึ้นต่อสู้ในกรณีที่ผู้เป็นหุ้นส่วนสืบแทนเข้าเป็นหุ้นส่วนแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน ผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งตายผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นตกลงยินยอมให้จำเลยบุตรของหุ้นส่วนที่ตายนั้นเข้าเป็นหุ้นส่วนแทน ต่อมาหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งตาย ไม่มีใครเข้าเป็นหุ้นส่วนแทน คงดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนต่อมาระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น จนมีเหตุที่จำเลยถือตนเป็นเจ้าของโรงสีของห้างหุ้นส่วนเสียคนเดียว ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นย่อมฟ้องจำเลยขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้
เมื่อจำเลยเข้าเป็นตัวหุ้นส่วนสืบแทนบิดาแล้ว แม้บิดาจำเลยจะตายมาเกิน 1 ปี ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องเลิกห้างหุ้นส่วนและขอแบ่งทรัพย์สิน จำเลยก็ยกอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ซึ่งเป็นเรื่องเจ้ามรดกเป็นลูกหนี้ขึ้นต่อสู้ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งห้ากับนายเที่ยงบิดาจำเลย นายเงินและนายตาได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนสามัญตั้งโรงสีข้าว นายเที่ยงตาย หุ้นส่วนตกลงให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรเข้าถือหุ้นแทน ต่อมานายตาตายยังไม่มีผู้ใดเข้าถือหุ้นแทน จำเลยได้เข้าครอบครองโรงสีหาประโยชน์แต่ผู้เดียว เป็นการผิดสัญญาเข้าหุ้นส่วน ขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องให้เลิกห้างหุ้นส่วนและแบ่งทรัพย์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยต่อสู้ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โรงสีเป็นของนายเที่ยงผู้เดียวจำเลยรับมรดกนายเที่ยง นายเที่ยงตายเกิน ๑ ปีคดีขาดอายุความแล้ว
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุม คดีไม่ขาดอายุความแต่พยานโจทก์เบิกความฟังไม่ได้ว่าโจทก์กับนายเที่ยงเป็นหุ้นส่วนกันพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์กับนายเที่ยงเป็นหุ้นส่วนกัน โจทก์เสียหายเพราะจำเลยทำโรงสีเอาประโยชน์เสียเอง พิพากษากลับ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในโรงสี ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย โดยให้โจทก์ได้รับตามส่วนของหุ้นในเงิน ๒๑,๐๐๐ บาท และอีก ๒,๑๐๐ บาทต่อเดือนนับแต่วันฟ้องให้เลิกห้างหุ้นส่วนสามัญรายนี้ ให้โจทก์จำเลยร่วมกันชำระบัญชีหากไม่ตกลงกันให้ตั้งจ่าศาลเป็นผู้ชำระบัญชี จัดการแบ่งทรัพย์สินแก่โจทก์และผู้ถือหุ้นตามส่วนที่ลงหุ้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเที่ยงกับโจทก์เป็นหุ้นส่วนโรงสีตามฟ้องจริง และเมื่อนายเที่ยงตาย จำเลยได้เข้าเป็นหุ้นส่วนแทนโดยความตกลงยินยอมของผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น และเมื่อนายตาตาย ไม่มีผู้ใดขอเลิกและชำระบัญชีห้างหุ้นส่วน คงดำเนินกิจการของห้างหุ้นส่วนตลอดมาระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น จนมีเหตุที่จำเลยถือตนเป็นเจ้าของโรงสีของห้างหุ้นส่วนเสียคนเดียว โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้เลิกห้างหุ้นส่วนได้ เมื่อจำเลยเข้าเป็นตัวผู้เป็นหุ้นส่วนสืบแทนบิดาแล้ว จำเลยก็ไม่มีทางที่จะอ้างอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ ซึ่งเป็นเรื่องเจ้ามรดกเป็นลูกหนี้ขึ้นต่อสู้โจทก์
สำหรับค่าเสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องตามจำนวนที่ศาลอุทธรณ์กำหนด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2511
นายทองคำ พุ่มจำปา กับพวกรวม 5 คน โจทก์
นายเทพ ศรีเดช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองคำ พุ่มจำปา กับพวกรวม 5 คน · จำเลย - นายเทพ ศรีเดช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · สุธี โรจนธรรม · ใหญ่ ศาลยาชีวิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา