⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1196/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดามารดาต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่บุตรผู้เยาว์ได้กระทำ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้สอยดูแลบุตรผู้เยาว์ตามสมควรแก่สภาพของตนแล้ว

ย่อคำพิพากษา

บุตรผู้เยาว์ฉุดคร่าหญิงไปข่มขืนกระทำชำเรา บิดามารดาต้องรับผิดร่วมกับบุตรผู้เยาว์ด้วย เว้นแต่บิดามารดาจะนำสืบพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ต้องรับผิดร่วมกับบุตรผู้เยาว์ ถ้าบิดามารดาไม่นำสืบ ย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.429

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ฟ้องระบุว่าบุตรผู้เยาว์โดยบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นโจทก์ แม้จะบรรยายฟ้องบางตอนประหนึ่งว่าบิดาเป็นโจทก์เอง แต่เมื่อคำให้การของจำเลยและคำแถลงของโจทก์จำเลยในวันชี้สองสถานก็เป็นที่เข้าใจโดยชัดแจ้งว่าโจทก์คือบุตรผู้เยาว์ และจำเลยก็มิได้หลงข้อต่อสู้ ถือว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ กับพวกได้ฉุดคร่านางสาวสมพงษ์ ไปข่มขืนกระทำชำเราและได้ถอดเอาเครื่องประดับของนางสาวสมพงษ์ไป ทำให้โจทก์เสียหายคือ ค่าเครื่องประดับ ค่าจ้างบุคคลอื่นทำนาแทน ค่าตัวที่เสียความเป็นสาว ค่าใช้จ่ายในการติดตาม ค่าใช้จ่ายที่จะต้องเลี้ยงดูไปจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ ค่าเสียหายที่อับอายขายหน้าประชาชน รวมทั้งสิ้น ๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๒, ๓ ผู้เป็นบิดามารดาจำเลยที่ ๑ ผู้เยาว์จะต้องรับผิดด้วยขอให้บังคับจำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยที่ ๑ อายุ ๑๙ ปีเศษฉุดคร่านางสาวสมพงษ์ไปจริงแตจำเลยที่ ๒, ๓ ซึ่งเป็นบิดามารดามิได้มีส่วนรู้เห็นด้วย และเหลือวิสัยที่จำเลยที่ ๒, ๓ จะดูแลป้องกันได้และต่อสู้ในเรื่องค่าเสียหายบางรายการว่ามากไปหรือจำเลยไม่ควรต้องเสียกับว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะสับสนในเรื่องตัวโจทก์ ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถาน โจทก์จำเลยแถลงรับกันบางประการแล้วว่าโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลวินิจฉัยค่าเสียหายเฉพาะบางรายการ คือค่าเสียความเป็นสาวค่าเลี้ยงดูจนบรรลุนิติภาวะ และค่าอับอาย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม และพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดในค่าเสียหายตามรายการที่แถลงรับกันไว้ คือค่าเครื่องประดับ ๑,๐๐๐ บาท ค่าติดตาม ๕๐๐ บาท ค่าจ้างคนทำนา ๕๐๐ บาท ส่วนค่าเลี้ยงดูโจทก์เรียกไม่ได้ ให้ยกค่าเสียหายเป็นสาวและค่าอับอายเป็นประเภทเดียวกัน พิเคราะห์กำหนดให้จำเลยใช้ให้ ๕,๐๐๐ บาท รวมให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิด ใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ ๗,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒, ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒, ๓ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์ในเรื่องทีจำเลยฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ปรากฏแน่ชัดลงไปว่าผู้ใดเป็นโจทก์นั้น แล้วเห็นว่าตามคำฟ้อง ชื่อโจทก์ในตอนต้นเขียนไว้ว่า "นางสาวสมพงษ์ เข็มกลัด โดยนายผิด เข็มกลัด บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์" ในคำให้การของจำเลยที่ ๒, ๓ ข้อ ๑ ก็ได้เขียนว่า "ในการที่จำเลยที่ ๑ ได้กระทำการฉุดคร่าโจทก์ (นางสาวสมพงษ์) ไปนั้น ฯลฯ" นอกจากนี้ในวันชี้สองสถาน คำแถลงของโจทก์จำเลยก็เป็นที่เข้าใจโดยชัดแจ้งว่า โจทก์คือนางสาวสมพงษ์ จึงเห็นได้ว่าฟ้องโจทก์มิได้เคลือบคลุม จำเลยที่ ๒, ๓ มิได้หลงข้อต่อสู้แต่อย่างใด ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ต้องมีหน้าที่นำสืบ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบก็ต้องแพ้คดีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๙ เห็นได้ว่า เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๒, ๓ (ซึ่งเป็นบิดามารดา) จะต้องนำสืบพิสูจน์ว่าตนไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ เพราะเหตุใด หาใช่เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องเป็นผู้นำสืบก่อนไม่ เมื่อจำเลยที่ ๒, ๓ กล่าวอ้างถึงความไม่ต้องรับผิดของตนมาในคำให้การ แต่ตนมิได้นำสืบเช่นนี้ จำเลยที่ ๒, ๓ จึงไม่อาจปฏิเสธถึงความรับผิดได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2510 นางสาวสมพงษ์ เข็มกลัด โดยนายผิว เข็มกลัด บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายเสริม หรือเปี่ยม มาเมือง ที่ 1 นายทรง มาเมือง ที่ 2 นางทองสุข นาเมือง ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสมพงษ์ เข็มกลัด โดยนายผิว เข็มกลัด บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม · 3 - นายเสริม หรือเปี่ยม มาเมือง ที่ 1 นายทรง มาเมือง ที่ 2 นางทองสุข นาเมือง ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · ชิต บุณยประภัศร · อดุล รัตนปิณฑะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายผสม จิตชุ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ เจริญกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2135/2518ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา