⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1210/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำในศาลและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ย่อมผูกพันคู่สัญญา และไม่สามารถอ้างการเข้าใจผิดเพื่อลบล้างสัญญาได้ พินัยกรรมไม่สามารถลบล้างสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ก่อนถึงแก่กรรมได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล ศาลพิพากษาตามยอมและบังคับตามยอมแล้ว ไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีย่อมเป็นอันถึงที่สุด จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงประการใดหาได้ไม่ คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันโจทก์จำเลยในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามยอมทุกประการ การที่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติจะอ้างว่าทำสัญญาโดยเข้าใจผิดหาได้ไม่ พินัยกรรมของจำเลยหามีผลลบล้างสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยได้ทำไว้กับโจทก์ก่อนถึงแก่กรรมไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้บังคับจำเลยยอมให้ลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดที่ ๘๕๖, ๘๕๗ เฉพาะส่วนของจำเลยที่มีอยู่ในที่ดินทั้งสองแปลงร่วมกับจำเลยซึ่งเป็นสามีภริยากัน จำเลยให้การว่าที่ดินโฉนดที่ ๘๕๖ ได้ยกให้บุตรหลานไปหมดแล้ว ส่วนที่ดินโฉนดที่ ๘๕๗ ก็ยกให้บุตรเป็นส่วน ๆ ไปแล้ว เหลือเป็นของจำเลย ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๘๐ ตารางวา ยอมให้โจทก์ลงชื่อเฉพาะส่วนดังกล่าวได้ โจทก์จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกันที่ศาลว่า โจทก์จำเลยยินยอมตกลงยกที่ดินโฉนดที่ ๘๕๖ เฉพาะส่วนที่เหลือจากยกให้แก่นางอิน ๑๕ ไร่แล้ว ให้แก่นายบุญชู บัวหลวง (ถึงแก่กรรมแล้ว บุตร ๔ คนรับแทน) ฯลฯ ทั้งสองฝ่ายตกลงจะไปทำการโอนกันที่สำนักงานทะเบียนที่ดินพระนคร วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ ..… ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและบังคับตามยอม โจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยบิดพลิ้วไม่ยอมโอนโฉนดที่ ๘๕๖ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ อันเป็นการฝ่าฝืนคำพิพากษาตามยอม ศาลชั้นต้นสั่งว่า จำเลยจะยกความเข้าใจผิดมาอ้างเพื่อไม่ปฏิบัติตามยอมไม่ได้จำเลยต้องโอนที่ดินให้เป็นไปตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยถึงแก่กรรม โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายจำเริญ บัวหลวง ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของจำเลยเข้ามารับมรดกความ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ เมื่อมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล ศาลได้พิพากษาตามยอมและบังคับตามยอมแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์คดีย่อมเป็นอันถึงที่สุด จะแก้ไขเปลื่ยนแปลงประการใดหาได้ไม่ คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันโจทก์จำเลยในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามยอมทุกประการ การที่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติ จะอ้างว่าทำสัญญาโดยเข้าใจผิดหาได้ไม่ การที่จำเลยอ้างว่าโจทก์โอนที่ดินของโจทก์เองให้คนอื่น เป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกับจำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อเข้าใจผิดฟังไม่ขึ้น จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษานับแต่วันที่ได้มีคำบังคับ ที่จำเลยอ้างว่าคดีนี้เป็นเรื่องสัญญาจะให้หรือคำมั่นจะให้ทรัพย์นั้นเป็นเรื่องจำเลยเข้าใจกฎหมายผิด พินัยกรรมของนายเผื่อนจำเลยก็หามีผลลบล้างสัญญาประนีประนอมยอมความที่นายเผื่อนได้ทำไว้กับโจทก์ก่อนถึงแก่กรรมนั้นไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2510 นางโถม บัวหลวง โจทก์ นายเผื่อน บัวหลวง โดยนายจำเริญ บัวหลวง ผู้รับมรดกความ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางโถม บัวหลวง · จำเลย - นายเผื่อน บัวหลวง โดยนายจำเริญ บัวหลวง ผู้รับมรดกความ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร หุตะโกวิท · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายถนอม ครูไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1287/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 3191/2547ฎีกา 453/2521ฎีกา 946/2509ฎีกา 766/2543ฎีกา 2924/2525ฎีกา 1083/2540ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1333/2530ฎีกา 1733/2492ฎีกา 1591/2495ฎีกา 712/2496ฎีกา 5393/2540ฎีกา 742/2490ฎีกา 8309/2543ฎีกา 2824/2538ฎีกา 8747/2550ฎีกา 1451/2521ฎีกา 82/2512ฎีกา 953/2505ฎีกา 7907/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา