⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1255/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดฐานใช้เอกสารปลอมจะสำเร็จได้ต่อเมื่อผู้กระทำได้ใช้เอกสารนั้นโดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ใช้ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวโดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม จำเลยรับว่าได้นำไปใช้จริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเอกสารปลอม สารสำคัญของคำฟ้องจึงอยู่ที่ว่า จำเลยรู้หรือไม่ว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารปลอม ส่วนวันเวลาที่จำเลยนำไปใช้ไม่ใช่ข้อสารสำคัญ แม้วันเวลากระทำความผิดตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับที่กล่าวในฟ้องแต่จำเลยไม่ได้หลงต่อสู้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้นำไปใช้จริง ศาลลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2499 มาตรา 13

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวอันเป็นเอกสารราชการที่ผู้อื่นทำปลอมไปใช้ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา ๒๖๕ จำคุก ๑ ปี ริบใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยรู้แล้วว่าใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของกลางเป็นเอกสารปลอม และจำเลยนำไปใช้จริง แต่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยนำไปใช้เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ แต่โจทก์นำสืบว่า วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ เป็นวันที่เจ้าพนักงานตำรวจกล่าวโทษและจับจำเลย มิใช่วันที่จำเลยกระทำความผิด ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง วันเวลากระทำความผิดเป็นข้อสารสำคัญ ลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ พิพากษากลับให้ยกฟ้องแต่ให้ริบใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประเด็นสำคัญที่โจทก์ฟ้องมีว่า จำเลยได้ใช้ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของกลางโดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม ซึ่งจำเลยก็รับว่าได้นำไปใช้จริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเอกสารปลอม สารสำคัญของคำฟ้องจึงอยู่ที่ว่า จำเลยรู้หรือไม่ว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารปลอม ส่วนวันเวลาที่จำเลยนำไปใช้ไม่ใช่ข้อสารสำคัญ และจำเลยไม่ได้ยกเหตุเรื่องเกี่ยวกับวันเวลาเกิดเหตุขึ้นต่อสู้ จำเลยจึงไม่ได้หลงต่อสู้คดี ศาลลงโทษจำเลยได้เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้นำไปใช้จริง พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2510 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นายตีลัก อาฮี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นายตีลัก อาฮี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนิ่น กฤษณะเศรนี · กิตติ สีหนนทน์ · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้นเพชรบุรี - นายสมคิด ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายจำเนียร บุญพละ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา