⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1474/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ร้องและทนายความมิได้มาศาลและมิได้ตกลงกำหนดวันนัดด้วย การที่ผู้ร้องขอเลื่อนการพิจารณาโดยอ้างเหตุไปราชการต่างจังหวัดและทนายความติดว่าความอีกศาลหนึ่ง ถือเป็นเหตุจำเป็นอันสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาได้

ย่อคำพิพากษา

คดีร้องขัดทรัพย์ ในวันนัดสืบพยานผู้ร้องนัดแรก ผู้ร้องขอเลื่อนการพิจารณาโดยอ้างว่าตัวผู้ร้องซึ่งเป็นพยานด้วยไปราชการต่างจังหวัดกับทนายความคิดว่าความอีกศาลหนึ่งเมื่อได้ความว่าการกำหนดวันนัด ผู้ร้องและทนายความมิได้มาศาลตกลงกำหนดวันนัดด้วย ดังนี้นับได้ว่ามีความจำเป็นพอสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาไปได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ผู้ร้องขัดทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยเรือนและรั้วที่โจทก์นำยึด ศาลชั้นต้นกำหนดให้ผู้ร้องนำสืบก่อน ครั้นถึงวันนัด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา อ้างว่าผู้ร้องต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อปฏิบัติราชการ ส่วนทนายผู้ร้องติดว่าความที่ศาลอาญา โจทก์คัดค้านไม่ยอมให้เลื่อน แต่ไม่ได้อ้างเหตุที่ไม่ควรให้เลื่อน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อน อ้างเหตุว่าทนายผู้ร้องไม่มาศาลในวันชี้สองสถาน และทราบวันนัดนานแล้ว แต่เพิ่งมาขอเลื่อนในวันนัด กับทั้งมีพยานผู้ร้องที่อาจนำสืบได้ในวันนัด ไม่อนุญาตให้เลื่อน และถือว่าผู้ร้องไม่มีพยานนำสืบ กับสั่งงดพยานโจทก์ แล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีหน้าที่นำสืบก่อน เมื่อผู้ร้องไม่มีพยานนำสืบให้สมข้ออ้าง ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เหตุที่ผู้ร้องขอเลื่อนมีความจำเป็นและเพิ่งขอเลื่อนครั้งแรกไม่เป็นการประวิงความ พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องขอเลื่อนการพิจารณาโดยอ้างว่า ตัวผู้ร้องซึ่งถูกอ้างเป็นพยานไว้ด้วยต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อปฏิบัติราชการ กับทนายความก็ติดว่าความดีอาญาที่ศาลอาญาอีกประการหนึ่ง กับทั้งได้ความด้วยว่า ในการกำหนดวันนัดนี้ ผู้ร้องและทนายมิได้มาศาลตกลงกำหนดวันนัดด้วย ดังนี้ เห็นว่านับได้ว่ามีความจำเป็นพอสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้เลื่อนการพิจารณาไปได้ และได้ความตามท้องสำนวนด้วยว่า ผู้ร้องได้อ้างร้อยเอกเสรีสุทธิกุล เป็นพยานไว้ ซึ่งโดยปกติย่อมจะนำสืบที่ศาลเดียวกับผู้ร้อง แต่ในวันนัดนั้นยังมิได้จัดการให้มาศาลด้วย ดังนี้การที่จะให้เลื่อนการพิจารณาครั้งนี้ไปสืบผู้ร้องพร้อมกับร้อยเอกเสรีก็น่าจะเป็นการสมควรแก่ความยุติธรรมยิ่งขึ้น จึงชอบที่จะให้เลื่อนการพิจารณาไป พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1474/2510 บริษัทธนาคารทหารไทย จำกัด โจทก์ ร้อยโทภิรมย์ รักชาติ กับพวก จำเลย นาวาโทบูรณะ ไชยโกมินทร์ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนาคารทหารไทย จำกัด · จำเลย - ร้อยโทภิรมย์ รักชาติ กับพวก · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นาวาโทบูรณะ ไชยโกมินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแปลง ศิงฆมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2270/2524ฎีกา 2751/2522ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 2211/2534ฎีกา 7040/2543ฎีกา 196/2523ฎีกา 1644/2519ฎีกา 5344/2542ฎีกา 5734/2545ฎีกา 3717/2538ฎีกา 4990/2531ฎีกา 1899/2512ฎีกา 14/2514ฎีกา 1420/2531ฎีกา 6/2518ฎีกา 1356/2530ฎีกา 2974/2532ฎีกา 1530/2543ฎีกา 805/2519ฎีกา 1988/2535ฎีกา 7470/2543ฎีกา 3267/2547ฎีกา 126/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา