คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่งอกริมตลิ่งเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงที่ติดริมตลิ่งนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 5143 จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกอ้อย ฯลฯ ในที่งอกหน้าที่ดินของโจทก์ โจทก์ห้ามปราม จำเลยกลับอ้างว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ดังนี้ เห็นได้ว่าโจทก์ตั้งประเด็นมาในคำฟ้องแล้วว่า ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งเป็นทรัพย์สินของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 5143 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1308 เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าที่งอกเป็นของจำเลย โจทก์ก็สืบว่าที่งอกเป็นของโจทก์ได้ ไม่เป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดที่ ๕๑๔๓ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โดยโจทก์ที่ ๑ กับนางปั้นซื้อมาจากจำเลยที่ ๑ นางปั้นได้ขายฝากเฉพาะส่วนให้แก่โจทก์ที่ ๒ จำเลยทั้งสามได้ละเมิดสิทธิของโจทก์โดยเข้ามาปลูกอ้อย ฯลฯ กีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาท ให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินผลประโยชน์ฯลฯ
จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขายเฉพาะที่ในโฉนด ส่วนที่นอกโฉนดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นที่งอก เป็นของจำเลยที่ ๒-๓ ซึ่งครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผย ๒๐ ปีเศษ
ในวันชี้สองสถาน คู่ความรับกันว่าที่พิพาทเป็นที่งอกมากว่า ๓๐ ปี โจทก์ว่าเป็นที่งอกของที่ดินโฉนดที่ ๕๑๔๓ ซึ่งซื้อจากจำเลยที่ ๑ แต่จำเลยว่าเป็นที่งอกที่จำเลยที่ ๒ - ๓ ครอบครองมา
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน และเห็นว่า เมื่อคู่ความรับกันว่าที่พิพาทเป็นที่งอกจึงไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ โจทก์จะนำสืบว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ได้ เป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็น พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่เป็นการสืบนอกประเด็น พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาโดยสืบพยานโจทก์จำเลยและตัดสินตามรูปคดี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อพิเคราะห์คำบรรยายฟ้องและแผนที่ท้ายฟ้องซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องแล้ว สรุปใจความสำคัญแห่งคำฟ้องได้ว่าโจทก์ กล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๕๑๔๓ จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกอ้อย ฯลฯ ในที่งอกหน้าที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้ห้ามปรามจำเลยไม่ให้ทำการปลูกอ้อย ฯลฯ จำเลยกลับอ้างว่าที่พิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ฯลฯ เห็นได้ว่าโจทก์ตั้งประด็นมาในคำฟ้องแล้วว่า ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่ง เป็นทรัพย์สินของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๕๑๔๘ ซึ่งเกิดที่งอกนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๐๘ เมื่อจำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ ๒-๓ โจทก์สืบว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ได้ หากเป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2510
นายประเสริฐ ขันขจร ที่ 1 นางมุข ขันขจร ที่ 2 โจทก์
นางม้วน อยู่เกตุ ที่ 1 นายสง่า อยู่เกตุ ที่ 2 นายจวน อยู่เกตุ ที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประเสริฐ ขันขจร ที่ 1 นางมุข ขันขจร ที่ 2 · ล. - นางม้วน อยู่เกตุ ที่ 1 นายสง่า อยู่เกตุ ที่ 2 นายจวน อยู่เกตุ ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายพิพัฒน์ จักรางกูร · ศาลอุทธรณ์ - นายประภาษ วณิกเกียรติ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา