คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาที่กำหนดไว้ตรงกับวันหยุดราชการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญาจึงมีสิทธิปฏิบัติตามสัญญานั้นในวันทำการถัดไปได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล ตกลงแบ่งที่พิพาทกันคนละครึ่ง จำเลยอมชดใช้ให้เงินโจทก์ 8,000 บาท โดยจะนำมาวางศาลภายในเดือนเมษายน 2509 หากจำเลยไม่นำเงินมาวางภายในเดือนเมษายน 2509 จำเลยยอมให้ที่พิพาททั้งหมดตกเป็นสิทธิของโจทก์ ดังนี้ เมื่อได้ความว่า วันสุดท้ายที่จำเลยมีโอกาสจะนำเงินมาวางศาลในคดีนี้คือวันที่ 30 เมษายน 2509 ตรงกับวันหยุดราชการ และเริ่มเปิดทำงานใหม่ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2509 จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำเงินมาวางศาลได้ในวันที่เปิดทำงานใหม่ตามมาตรา 161 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยมิได้ผิดสัญญา สัญญาที่มีกำหนดเวลาดังเช่นนี้ย่อมมีวิธีการกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาดังที่บัญญัติไว้ในลักษณะ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ ฯลฯ จำเลยให้การว่านาพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยนำไปเป็นประกันเงินกู้ไว้กับโจทก์
โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตกลงแบ่งที่พิพาทคนละครึ่งและจำเลยยอมชดใช้เงินให้โจทก์ ๘,๐๐๐ บาท โดยจะนำมาวางศาลภายในเดือนเมษายน ๒๕๐๙ แล้วให้โจทก์รับไป หากจำเลยไม่นำเงินมาวางภายในเดือนเมษายน ๒๕๐๙ จำเลยยอมให้ที่พิพาททั้งหมดตกเป็นของโจทก์ ศาลพิพากษาตามยอม
ต่อมาโจทก์ไม่ยอมแบ่งที่พิพาทให้จำเลย ได้ความว่าจำเลยนำเงินมาวางศาลในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๐๙ แต่หมดเวลาราชการเสียก่อน จะนำมาวางในวันรุ่งขึ้นก็เป็นวันเสาร์อันเป็นวันหยุดราชการ จำเลยจึงนำเงินมาวางศาลในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานในวันแรก
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ถือไม่ได้ว่าจำเลยผิดนัด มีคำสั่งให้จัดการแบ่งที่พิพาทให้จำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า วันสุดท้ายที่จำเลยมีโอกาสจะนำเงินมาวางศาลในคดีนี้ คือวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๐๙ ซึ่งตรงกับวันเสาร์เป็นวันหยุดราชการและเริ่มเปิดทำงานใหม่ในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๙ จำเลยจึงมีสิทธิที่จะนำเงินมาวางศาลได้ในวันที่เปิดทำงานใหม่ตามมาตรา ๑๖๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา
ที่โจทก์ฎีกาว่า เป็นเรื่องสัญญา ไม่ใช่เรื่องกฎหมายนั้น เห็นว่าสัญญาที่มีกำหนดเวลาดังเช่นคดีนี้ย่อมมีวิธีการกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาดังที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะมาตรา ๑๖๑ ได้บัญญัติถึงวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาว่า ถ้าวันสุดท้ายแห่งระยะเวลาในวันหยุดราชการ ก็ต้องนับวันที่เริ่มทำงานใหม่เข้าด้วย จำเลยจึงมีสิทธินำเงินมาวางศาลตามสัญญาในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๐๙ ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2510
นางทองแดง ร่องแซง โจทก์
นางพลอย ระวังพง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองแดง ร่องแซง · ล. - นางพลอย ระวังพง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พยุง วัฒนสิงหะ · สวิง ลัดพลี · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา