⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 564/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิสูจน์ความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่เกิดในสมรสต้องเป็นไปตามมาตรา 1524 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนบุตรนอกกฎหมายจะตกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้ต้องเป็นไปตามมาตรา 1526 เท่านั้น เมื่อคู่ความแถลงไม่สืบพยานในประเด็นอื่นนอกเหนือจากที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้สืบแล้ว จะอุทธรณ์หรือฎีกาว่าศาลมีคำสั่งตัดประเด็นข้อที่จะนำสืบไม่ถูกต้องไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1524 เป็นบทบัญญัติวิธีการพิสูจน์ความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายอันสืบเนื่องมาจากมาตรา 1519 อันเป็นบทบัญญัติสำหรับเด็กที่เกิดในสมรสซึ่งกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรของชายผู้เป็นสามี เหตุนี้ ถ้ามีข้ออ้างว่าผู้ใดเป็นบุตรของหญิงชายซึ่งสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็พิสูจน์ได้โดยวิธีการตามมาตรา 1524 ส่วนบุตรนอกกฎหมายที่บิดามารดามิได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายก็โดยบทบัญญัติมาตรา 1526 ต่อไป หาใช่ว่าพฤติการณ์ตามมาตรา 1524 เป็นวิธีการรับรองบุตรนอกสมรสให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายขึ้นมานอกเหนือไปจากมาตรา 1526 อีกไม่ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สืบพยานเฉพาะข้อโต้เถียงในเรื่องทรัพย์สินข้อเดียวจำเลยหาได้โต้แย้งว่ามีประเด็นอื่นที่ต้องสืบพยานอีกไม่ ในที่สุดก็แถลงไม่สืบพยาน จำเลยจะมาเถียงว่าศาลมีคำสั่งตัดประเด็นข้อที่จะนำสืบว่าไม่ถูกต้องในชั้นฎีกาย่อมไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 เพราะคำสั่งศาลชั้นต้นเช่นนี้ไม่ใช่คำสั่งตามมาตรา 227, 228

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.227 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1519 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1524 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1526

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์อยู่กินกับจำเลยที่ ๑ บุตรจำเลยที่ ๒ ฉันสามีภรรยาไม่จดทะเบียนสมรส มีบุตร คือ เด็กชายปรีชา เด็กหญิงเพ็ญศรี เด็กชายวิเชียร มีทรัพย์ส่วนตัวตามบัญชีท้ายฟ้อง ๙,๕๐๐ บาท บัดนี้ โจทก์แยกกับจำเลยที่ ๑ โจทก์จะขนทรัพย์ส่วนตัวและรับเด็กชายปรีชาไป จำเลยทั้งสองขัดขวางกักตัวเด็กชายปรีชาไว้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองคืนตัวเด็กชายปรีชาแก่โจทก์ และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน จำเลยทั้งสองให้การว่า การแต่งงานระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ถูกต้องตามประเพณีและกฎหมายจีน ไม่ต้องจดทะเบียน เด็กจึงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ และได้ตกลงกันให้เด็กชายปรีชาอยู่กับจำเลยที่ ๑ โดยความเต็มใจของบุตรด้วย จำเลยที่ ๒ มิได้ขัดขวางกักตัวเด็กไว้ ฟ้องแย้งขอให้ศาลพิพากษาคืนทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ หรือใช้ราคา ๕,๖๕๐ บาท และให้ส่งเด็กหญิงเพ็ญศรี เด็กชายวิเชียรแก่จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งตัวเด็กชายปรีชาให้ไปอยู่ในอำนาจปกครองของโจทก์ ให้จำเลยที่ ๑ คืนทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องอันดับ ๑, ๕, ๖, ๘ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน ยกฟ้องแย้ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๔ ที่จำเลยอ้างขึ้นมาว่าเป็นการรับรองบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น มาตรานี้เป็นบทบัญญัติวิธีการพิสูจน์ความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายอันสืบเนื่องมาจากมาตรา ๑๕๑๙ อันเป็นบทบัญญัติสำหรับเด็กที่เกิดในสมรส ซึ่งกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรของชายผู้เป็นสามี เหตุนี้ ถ้ามีข้ออ้างว่าผู้ใดเป็นบุตรของหญิงชายซึ่งสมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ก็พิสูจน์ได้โดยวิธีการตามมาตรา ๑๕๒๔ เช่น พิสูจน์จากทะเบียนคนเกิด หรือถ้าไม่ปรากฏทะเบียน ก็พิสูจน์โดยพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาดังบัญญัติไว้ในวรรค ๓ ส่วนบุตรนอกกฎหมายที่บิดามารดามิได้สมรสกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายก็โดยบทบัญญัติมาตรา ๑๕๒๖ ต่อไปด้วยการที่บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร หาใช่ว่าพฤติการณ์ตามมาตรา ๑๕๒๔ เป็นวิธีการรับรองบุตรนอกสมรสให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายขึ้นมานอกเหนือไปจากมาตรา ๑๕๒๖ อีกไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นไม่สืบพยานว่าโจทก์จำเลยตกลงกันให้เด็กอยู่ในการปกครองของจำเลยนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้สืบพยานเฉพาะข้อโต้เถียงในเรื่องทรัพย์สินข้อเดียว จำเลยหาได้โต้แย้งว่ามีประเด็นอื่นที่ต้องสืบพยานอีกต่อไป แล้วในที่สุดก็แถลงไม่ติดใจสืบพยาน บัดนี้กลับมาเถียงว่า ศาลมีคำสั่งตัดประเด็นข้อที่จะนำสืบเสียเองว่าไม่ถูกต้องนั้น จำเลยฎีกา ณ บัดนี้ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ เพราะคำสั่งศาลชั้นต้นเช่นนี้ไม่ใช่คำสั่งตามมาตรา ๒๒๗, ๒๒๘ ที่จะอุทธรณ์ฎีกาได้โดยมิต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2510 นางเอี้ยงฮวง แซ่โง้ว โจทก์ นายเบี้ยน หรือกิ่มเฮียะ แซ่อื้อ ที่ 1 นางไซ่ แซ่โล้ว ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเอี้ยงฮวง แซ่โง้ว · ล. - นายเบี้ยน หรือกิ่มเฮียะ แซ่อื้อ ที่ 1 นางไซ่ แซ่โล้ว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์ · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประพจน์ ถิระวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1679/2540ฎีกา 225/2530ฎีกา 647/2521ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7927/2538ฎีกา 3474/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1609/2506ฎีกา 1376/2520ฎีกา 1068/2522ฎีกา 352/2498ฎีกา 729/2492ฎีกา 801/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา