⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 650/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2510

ป.อาญา ม.334, 339, 349 · ป.วิ.อาญา ม.3, 192, 200 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากจำเลยไม่ได้รับสำเนาคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาอาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ * การกระทำที่เอาทรัพย์สินของตนเองไปจากผู้ครอบครอง ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือชิงทรัพย์ * หากโจทก์ฟ้องความผิดฐานหนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างจากที่ฟ้องในสาระสำคัญ ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานอื่นที่ไม่ได้ฟ้องไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คดีอาญา ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ประกอบด้วยมาตรา 201 จำเลยจำนำสร้อยคอของตนไว้กับผู้เสียหายเพื่อเอาเงินมาเล่นการพนัน แล้วจำเลยกระชากสร้อยเส้นนั้นไปจากคอผู้เสียหาย ไม่เป็นผิดฐานลักทรัพย์ เพราะสร้อยนั้นเป็นของจำเลยเอง และเมื่อไม่เป็นการลักทรัพย์ ก็ไม่อาจเป็นผิดฐานชิงทรัพย์ได้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวแล้วนั้นอาจเป็นผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 349 แต่โจทก์ฟ้องว่าชิงทรัพย์ จะลงโทษฐานโกงเจ้าหนี้ไม่ได้ เพราะถือว่าข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องในข้อสารสำคัญ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรค 2 คดีต้องยกฟ้องโดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานโกงเจ้าหนี้ด้วยหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.200 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.201 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.334 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.349

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.200 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.201 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันลักสร้อยคอของนายเอี้ยว แซ่เบ้ ผู้เสียหายไปและจำเลยร่วมกันใช้กำลังทำร้ายนายเอี้ยว แซ่เบ้ จนเป็นอันตรายแก่กาย เพื่อให้เป็นความสะดวกแก่การลักทรัพย์ และพาทรัพย์ดังกล่าวไป ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ข้อเท็จจริงในคดีฟังยุติได้ว่า คืนเกิดเหตุผู้เสียหายกับพวกและจำเลยที่ ๑ ได้ลักลอบเล่นการพนันกันที่ห้องของจำเลยที่ ๑ ผู้เสียหายเป็นฝ่ายเล่นได้ จำเลยที่ ๑ เล่นเสียจึงเอาสร้อยคอทองคำของตนจำนำผู้เสียหายไว้เป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๐๐๐ บาท ครั้นเวลาประมาณ ๒๓.๐๐ นาฬิกาก็เลิกเล่นกัน พวกเล่นต่างทยอยกลับ ขณะที่ผู้เสียหายจะออกจากประตูห้อง จำเลยที่ ๑ ได้พูดขอสร้อยคืน ผู้เสียหายบอกให้เอาเงินมาไถ่ จำเลยที่ ๑ ก็กระชากสร้อยซึ่งสวมอยู่ที่คอผู้เสียหายจนขอหลุดหาย สร้อยติดมือจำเลยที่ ๑ ไป ทันใดนั้น จำเลยที่ ๒ ได้ใช้ไม้ท่อนตีผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียหายวิ่งหนีไปแจ้งความตำรวจที่ป้อมยาม แจ้งว่าผู้เสียหายบุกรุกเข้าไปชิงทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้แม้ส่งสำเนาฎีกาให้จำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาก็พิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๖ ประกอบด้วยมาตรา ๒๐๑ และการที่จำเลยที่ ๑ จำนำสร้อยคอของตนไว้กับผู้เสียหายนั้นต้องถือว่าสร้อยนั้นยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ อยู่ ทรัพย์นั้นเป็นเพียงเพื่อประกันการชำระหนี้เท่านั้น การที่จำเลยเอาทรัพย์ของตนเองไป จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๔ และเมื่อไม่เป็นลักทรัพย์ก็ไม่อาจเป็นผิดฐานชิงทรัพย์ได้ หากจะเป็นผิดก็เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๙ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าชิงทรัพย์ จะลงโทษฐานโกงเจ้าหนี้ไม่ได้ เพราะถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสารสำคัญตามประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ คดีต้องยกฟ้องโดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยฐานโกงเจ้าหนี้ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ฐานชิงทรัพย์ ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๖ เช่นเดียวกับที่ศาลลงโทษจำเลยที่ ๒ นั้น ข้อเท็จจริงยังไม่พอชี้ขาดว่าจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ทำร้ายร่างกายผู้เสียอย่างใด ฎีกาโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2510 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอั้งชอ หรือน้อย แซ่แต้ ที่ 1 นายแกะหรือลี้ แซ่ลี้ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายอั้งชอ หรือน้อย แซ่แต้ ที่ 1 นายแกะหรือลี้ แซ่ลี้ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พยุง วัฒนสิงหะ · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประสพ ปรัชญาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 213/2554ฎีกา 917/2564ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา