⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 789/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิ์เรียกร้องให้โอนทรัพย์สินเกิดขึ้นเมื่อมีการแสดงเจตนาที่จะโอนทรัพย์สินนั้น และอายุความจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่มีสิทธิ์เรียกร้องนั้นเกิดขึ้น ไม่ใช่วันที่มีการถอนเจตนา.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องคดีก่อนมีประเด็นว่า จำเลยได้สละสิทธิ์มอบที่พิพาทให้โจทก์และภริยาโจทก์แล้วหรือไม่ ส่วนคดีหลังมีประเด็นว่า จำเลยได้ขายที่พิพาทให้โจทก์หรือไม่ จึงมีประเด็นคนละอย่าง ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ภริยาโจทก์ซึ่งเป็นบุตรจำเลยได้ไถ่ถอนการขายฝากที่พิพาทแทนจำเลยแล้วจำเลยได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอขายที่พิพาทให้โจทก์ในวันเดียวกันนั้น ครั้นเมื่อภริยาโจทก์ถึงแก่กรรม จำเลยกลับยื่นคำร้องต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ขอถอนคำร้องขอขายที่พิพาทดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ ดังนี้ สิทธิ์เรียกร้องของโจทก์จะบังคับให้จำเลยโอนที่พิพาทให้ได้เกิดขึ้นแล้วนับแต่วันที่จำเลยยื่นคำร้องขอขายที่พิพาท โจทก์ย่อมได้สิทธิ์เรียกร้องให้จำเลยโอนที่พิพาทให้ได้นับแต่วันนั้นเป็นต้นไป อายุความฟ้องร้องจึงเริ่มนับแต่วันนั้น ไม่ใช่เริ่มนับแต่วันที่จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอขายที่พิพาท ฉะนั้น เมื่อนับแต่วันที่จำเลยยื่นคำร้องขอขายที่พิพาทจนถึงวันฟ้องคดีเกินสิบปี คดีของโจทก์ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 163, 164 โจทก์ฟ้องคดีเรื่องก่อน ศาลพิพากษายกฟ้องอายุความจึงไม่สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 174

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.163 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.174 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.203 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยให้โจทก์และภริยาโจทก์ซึ่งเป็นบุตรจำเลยไถ่ถอนการขายฝากที่พิพาท และในวันที่ไถ่ถอนการขายฝาก จำเลยยื่นคำร้องขอขายที่พิพาทให้โจทก์แล้วมอบที่พิพาทให้โจทก์กับภริยาโจทก์ครอบครอง ต่อมาภริยาโจทก์ตาย จำเลยไม่ไปทำนิติกรรมซื้อขายให้โจทก์ โจทก์ได้ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาท ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยังไม่ได้สละสิทธิ์ครอบครองที่พิพาทให้แก่โจทก์และภริยาโจทก์ พิพากษายกฟ้อง จำเลยได้ขอให้ศาลขับไล่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การและเพิ่มเติมคำให้การว่า จำเลยไถ่ถอนการขายฝากและครอบครองเอง จำเลยเคยยื่นคำร้องขายที่พิพาทให้ภริยาโจทก์ แต่มีผู้คัดค้านจึงไม่ได้ขาย จำเลยไม่เคยทำสัญญาขายหรือขอขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์เคยฟ้องเรียกที่พิพาท ศาลฎีกาพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่ของโจทก์หรือภริยาโจทก์ โจทก์ฟ้องเรียกที่พิพาทอีกเป็นเป็นฟ้องซ้ำ ทั้งคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะคดีทั้งสองสำนวนมีประเด็นคนละอย่าง อายุความฟ้องร้องเริ่มนับแต่วันที่จำเลยยื่นเรื่องราวถอนคำร้องขอถอนการขายที่พิพาท ยังไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยโอนขายที่พิพาทให้โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะคดีก่อนมีประเด็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือของจำเลย คดีนี้มีประเด็นว่า จำเลยได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้โจทก์หรือไม่ แต่การที่ภริยาโจทก์ไถ่ถอนการขายฝากที่พิพาทแทนจำเลย แล้วจำเลยยื่นคำร้องต่ออำเภอในวันเดียวกันขอขายที่พิพาทให้โจทก์นั้น จึงอนุมานได้ว่าจำเลยจะขายให้โจทก์เท่าจำนวนเงินที่ภริยาโจทก์ไถ่ถอนจากการขายฝาก คำร้องของจำเลยถือว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๕๖ วรรค ๒ โจทก์ย่อมฟ้องขอให้บังคับคดีได้โดยพลันตามมาตรา ๒๐๓ อายุความจึงเริ่มนับแต่วันจำเลยยื่นคำร้อง เมื่อฟ้องเกินสิบปี คดีจึงขาดอายุความตามมาตรา ๑๖๓, ๑๖๔ ฟ้องคดีก่อน ศาลพิพากษายกฟ้อง ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา ๑๗๔ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ จำเลยฎีกาว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความและเป็นฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์คดีก่อนมีประเด็นว่า จำเลยได้สละสิทธิ์มอบที่พิพาทให้โจทก์และภริยาโจทก์แล้วหรือไม่ ส่วนคดีนี้มีประเด็นว่าจำเลยได้ขายที่พิพาทให้โจทก์หรือไม่ คดีจึงมีประเด็นเป็นคนละอย่าง ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ส่วนอายุความฟ้องร้อง วินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะบังคับให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ได้เกิดขึ้นแล้วนับแต่วันที่จำเลยยื่นคำร้องขอขายที่พิพาทให้โจทก์ โจทก์ย่อมใช้สิทธิ์เรียกร้องให้จำเลยโอนที่พิพาทให้ได้นับแต่วันนั้นเป็นต้นไป อายุความฟ้องร้องจึงเริ่มนับแต่วันนั้นไม่ใช่เริ่มนับแต่วันที่จำเลยยื่นคำร้องขอถอนคำร้องขอโอนที่พิพาทต่ออำเภอ โจทก์ฟ้องคดีก่อน ศาลพิพากษายกฟ้อง อายุความจึงไม่สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๔ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินสิบปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๓, ๑๖๔ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2510 นายพร้อม พลเดช โจทก์ นายไกว่ ไทรงาม ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพร้อม พลเดช · ล. - นายไกว่ ไทรงาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนิ่น กฤษณะเศรนี · สวิง ลัดพลี · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเนิ่น อนุโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 4015/2528ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1030/2509ฎีกา 961/2566ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1592/2521ฎีกา 6848/2540ฎีกา 218/2481ฎีกา 265/2534ฎีกา 2228/2531ฎีกา 2768/2519ฎีกา 916/2509ฎีกา 156/2513ฎีกา 1657/2503ฎีกา 1611/2497ฎีกา 1302/2535ฎีกา 226/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา