⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 801/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมีทางออกทางอื่นได้แล้ว ไม่ทำให้ทางภารจำยอมที่มีอยู่แล้วสิ้นไป 2. การมีอยู่ของภารจำยอมในที่ดินนั้น ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบ ไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้ต้องปรากฏในหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน หรือ ส.ค. 1 หรือ น.ส. 3 เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

พฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ดินแปลงหนึ่ง ๆ นั้นแม้จะมีทางออกทางอื่นได้แล้ว ก็อาจก่อให้เกิดทางภารจำยอมทางอื่นอีกได้ และที่ดินที่มีทางออกเป็นทางภารจำยอมอยู่แล้ว แม้มีทางออกทางอื่นอีกก็ไม่ทำให้ทางภารจำยอมที่มีอยู่แล้วสิ้นไป การพิจารณาว่ามีทางภารจำยอมในที่ดินแปลงใดหรือไม่ ก็แล้วแต่พยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบ ไม่มีกฎหมายใดให้ถือว่า ถ้าไม่มีปรากฏในหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน หรือ ส.ค. 1 หรือ น.ส. 3 แล้วรับฟังไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ล้อมรั้วปิดทางเดิน และจำเลยที่ ๒ ปลูกยุ้งข้าวล้ำเข้ามาในทางซึ่งโจทก์ใช้ออกสู่ถนนใหญ่มากว่า ๒๐ ปีแล้ว ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองให้เปิดทางเดินและรื้อยุ้งข้าวออกไป จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ได้ใช้ทางเดินตามฟ้องออกสู่ถนนใหญ่ทางไม่มีและเป็นที่ของจำเลย จำเลยที่ ๑ ถูกนายหล้าเจ้าของเดิมซึ่งขายที่ให้โจทก์ฟ้องหาว่าละเมิดภารจำยอม ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์มาฟ้องขอให้ จำเลยเปิดทางเพราะนายหล้ายุ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า มีทางภารจำยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันเปิดทางพิพาทและรื้อถอนยุ้งข้าวออก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องคดีของโจทก์เองและเป็นการฟ้องอ้างภารจำยอมสำหรับที่ดินของโจทก์เอง ไม่ได้ฟ้องแทนนายหล้า และไม่ใช่เป็นการอ้างภารจำยอมสำหรับที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินของนายหล้า ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ ที่ดินแปลงหนึ่ง ๆ นั้นแม้มีทางออกทางอื่นได้แล้ว ก็อาจก่อให้เกิดทางภารจำยอมทางอื่นอีกได้ และที่ดินที่มีทางออกเป็นทาง ภารจำยอมอยู่แล้ว แม้มีทางออกทางอื่นอีกก็ไม่ทำให้ทางภารจำยอมที่มีอยู่แล้วสิ้นไป จำเลย ปิดทางภารจำยอมที่โจทก์เคยใช้ทางเดิน การที่จำเลยปิดทางภารจำยอมเช่นนี้ ย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยอ้างว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายไม่ได้ การพิจารณาว่ามีทางภารจำยอมในที่ดินแปลงใดหรือไม่ ก็แล้วแต่พยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบ ไม่มีบทกฎหมายใดให้ถือว่าถ้าไม่ปรากฏในหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินหรือ ส.ค.๑ หรือ น.ส.๓ แล้วรับฟังไม่ได้ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2510 นายตั๋น นันต๊ะภูมิ โจทก์ นายเอ ไชยเสน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายตั๋น นันต๊ะภูมิ · จำเลย - นายเอ ไชยเสน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสุพจน์ นาถะพินธุ · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 377/2536ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 70/2518ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 5553/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา