⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 830/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ถือว่าหนี้ที่ชำระด้วยเช็คนั้นยังไม่ระงับ ผู้ทรงเช็คจึงยังคงมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้สั่งจ่ายชำระหนี้ และถือเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยออกเช็คสั่งจ่ายเงินชำระหนี้ให้โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมนำเช็คนั้นไปชำระหนี้ให้ผู้มีชื่อ เมื่อผู้มีชื่อนำเช็คไปเข้าบัญชี แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้มีชื่อจึงนำเช็คดังกล่าวมาคืนให้โจทก์ร่วม ดังนี้หนี้ระหว่างโจทก์ร่วมกับผู้มีชื่อจึงยังไม่ระงับ ซึ่งโจทก์ร่วมยังมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้ผู้มีชื่อ กรณีเช่นนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายโจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์และดำเนินคดีกับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คหมายเลข ๔๑๘๐๔ สั่งจ่ายเงิน ๗๒,๕๐๐ บาทให้แก่โจทก์ร่วม โจทก์ร่วมได้นำเช็คไปเข้าบัญชีเงินฝากของหม่อมหลวงเจตน์ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินและได้ส่งเช็คคืน ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเกิดขึ้นขณะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขณะความผิดเกิดขึ้นโจทก์ร่วมมิใช่ผู้ทรงเช็ค จึงเรียกไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง หรือเข้าเป็นโจทก์ร่วม ทั้งไม่มีอำนาจร้องทุกข์ขอให้ดำเนินคดีกับจำเลยได้ พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ พิพากษายกฟ้อง พนักงานอัยการและโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒(๔) จึงมีอำนาจร้องทุกข์ได้และข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่จำเลยมีอยู่ในบัญชี อันจะพึงใช้เงินได้ขณะออกเช็คและโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๖ เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยออกเช็คหมาย จ. ๑ สั่งจ่ายเงินชำระหนี้ให้โจทก์ร่วม แล้วโจทก์ร่วมนำเช็คนั้นไปชำระหนี้ให้หม่อมหลวงเจตน์ เมื่อหม่อมหลวงเจตน์นำเช็คไปเข้าบัญชี แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินหม่อมหลวงเจตน์ได้นำเช็คดังกล่าวมาคืนโจทก์ร่วม หนี้ระหว่างโจทก์ร่วมกับหม่อมหลวงเจตน์ยังไม่ระงับ โจทก์ร่วมยังมีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้หม่อมหลวงเจตน์ ในกรณีเช่นนี้ย่อมเห็นได้ชัดว่าโจทก์ร่วมได้รับความเสียหาย ฉะนั้น โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์และดำเนินคดีกับจำเลยได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2510 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสาวแจ่มใส ไกรฤกษ์ โจทก์ร่วม นายธวัช จักรายุธ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นางสาวแจ่มใส ไกรฤกษ์ · จำเลย - นายธวัช จักรายุธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ไฉน บุญยศ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสัญชัย สัจจวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 1079/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา