⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 856/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2510

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยขอให้ศาลอนุญาตให้โจทก์ลงชื่อในท้ายฟ้อง หรือถือเอาคำร้องเป็นการลงชื่อในช่องโจทก์ท้ายฟ้องได้ ก่อนที่จะได้มีการสืบพยานโจทก์ การขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเช่นนี้หาใช่ทำให้จำเลยต้องเสียเปรียบหรือหลงต่อสู้คดีแต่อย่างใดไม่ ควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163, 164 จำเลยเอาความเท็จไปหลอกลวงโจทก์ว่าเป็นหัวหน้าวงแชร์เปียหวยและมีแชร์อยู่ โจทก์หลงเชื่อจึงตกลงรับซื้อแชร์ไว้ โดยจ่ายเงินให้จำเลยไป 7,000 บาท ซึ่งความจริงจำเลยไม่ได้เปิดวงแชร์เปียหวยตามที่จำเลยอ้าง ดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์แสดงข้อความเป็นเท็จว่าจำเลยเป็นหัวหน้าจัดตั้งวงแชร์รายวัน จำเลยมีแชร์อยู่ ต้องการขายให้โจทก์เป็นเงิน ๗,๐๐๐ บาท เมื่อโจทก์รับซื้อแล้ว จำเลยจะส่งเงินแทนโจทก์ โดยโจทก์จะได้ดอกเบี้ย หากต้องการประมูลเมื่อใดก็ประมูลได้ โจทก์หลงเชื่อและรับซื้อ จึงจ่ายเงินให้จำเลยไป ๗,๐๐๐ บาท ต่อมาปรากฏว่าจำเลยไม่ได้ตั้งวงแชร์ โจทก์ทวงถามเอาเงินคืน จำเลยไม่มีเงินให้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ และขอบังคับให้จำเลยคืนเงินให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งคดีมีมูลให้ประทับรับฟ้อง จำเลยต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและปฏิเสธว่าไม่ได้ฉ้อโกงโจทก์ ก่อนสืบพยานโจทก์ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเป็นกรณีแห่งอาญารวมกัน ทนายของโจทก์ได้ลงชื่อแทนตัวโจทก์ในฟ้อง โดยตัวโจทก์ไม่ได้ลงชื่อเป็นการพลั้งเผลอไป ขอให้ศาลอนุญาตให้โจทก์ลงชื่อในท้ายฟ้อง หรือถือเอาคำร้องเป็นการลงชื่อในช่องโจทก์ท้ายฟ้อง เพื่อให้ฟ้องสมบูรณ์ตามกฎหมายได้ และคำว่า "แชร์" ที่โจทก์กล่าวในฟ้องทุกแห่ง โจทก์ขอแก้เป็นว่า "แชร์เปียหวย" เพราะพิมพ์ตกไป ฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องขออนุญาตเพิ่มเติมรายละเอียดตามคำให้การว่า ตามวันเวลาที่โจทก์กล่าวหา จำเลยไม่เคยขายแชร์ให้โจทก์ และอ้างฐานที่อยู่ จำเลยไม่ได้หลอกลวงโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบถามข้อที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติม จำเลยค้านว่าศาลไม่ควรอนุญาตเพราะฟ้องเดิมของโจทก์ไม่สมบูรณ์อยู่แล้ว การที่โจทก์ขอแก้หากลับทำให้ฟ้องเดิมสมบูรณ์ขึ้นไม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าการที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องมิได้ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้หรือเสียเปรียบ และที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า "แชร์" เป็น "แชร์เปียหวย" ก็เป็นรายละเอียดในฟ้อง จึงอนุญาต ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม และเชื่อว่าจำเลยได้หลอกลวงขายหุ้นแชร์เปียหวยให้โจทก์โดยจำเลยมิได้ตั้งวงแชร์เปียหวยพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๖ เดือน ให้จำเลยคืนเงิน ๗,๐๐๐ บาทให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์จะขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยขออนุญาตให้ตัวโจทก์ลงชื่อในฟ้องเพราะพลั้งเผลอนั้น ไม่เป็นเหตุสมควรที่จะอ้างได้ และมิใช่เป็นการขอแก้หรือเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดที่ต้องแสดงในฟ้อง แต่เป็นการแก้ไขฟ้องที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้วให้เป็นฟ้องขึ้น จึงทำไม่ได้ ฟ้องโจทก์ส่วนอาญาไม่สมบูรณ์ ต้องยกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์ยังวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ด้วยว่า คดีไม่พอฟังว่าจำเลยได้หลอกลวงโจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยขอให้ศาลอนุญาตให้โจทก์ลงชื่อในท้ายฟ้อง หรือถือเอาคำร้องเป็นการลงชื่อในช่องโจทก์ท้ายฟ้องได้ ก่อนที่จะได้มีการสืบพยานโจทก์ การขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเช่นนี้หาทำให้จำเลยต้องเสียเปรียบหรือหลงต่อสู้คดีแต่อย่างใดไม่ ควรอนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเสียให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๓, ๑๖๔ ส่วนปัญหาเรื่องความผิดฉ้อโกงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเอาความเท็จไปหลอกลวงโจทก์ว่าเป็นหัวหน้าวงแชร์เปียหวยและมีแชร์อยู่ โจทก์หลงเชื่อจึงตกลงรับซื้อแชร์ไว้โดยจ่ายเงินให้จำเลยไป ๗,๐๐๐ บาท ซึ่งความจริงจำเลยไม่ได้เปิดวงแชร์เปียหวยตามที่อ้าง ดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานฉ้อโกงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ และต้องคืนเงินให้โจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้นทุกประการ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาสามร้อยบาทแทนโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856/2510 นายเที่ยง ศรขำพันธ์ โจทก์ นางสง่า ตุลานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเที่ยง ศรขำพันธ์ · จำเลย - นางสง่า ตุลานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนิ่น กฤษณะเศรนี · กิตติ สีหนนห์ · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2665/2515ฎีกา 725/2567ฎีกา 236/2513ฎีกา 915/2566ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 387/2482ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 2389/2525ฎีกา 6196/2534ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 3245/2545ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7362/2538ฎีกา 1674/2543ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2405/2523ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5090/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา