⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 943/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของบุคคลภายนอกที่อาจป้องกันได้โดยการใช้ความระมัดระวังตามสมควร ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัย และผู้รับขนต้องรับผิดหากเกิดความเสียหายจากการประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่. ผู้รับประกันภัยที่ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ย่อมเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยในการเรียกค่าเสียหายจากผู้รับขน.

ย่อคำพิพากษา

เหตุที่เกิดความเสียหายเนื่องจากคลื่นของเรืออื่นในลำแม่น้ำมาปะทะเรือฉลอมของจำเลยที่บรรทุกสินค้าและจอดอยู่ที่ท่าเรือ เรือฉลอมกระแทกกับท่า ทำให้สินค้าที่บรรทุกบางส่วนเคลื่อนตกลงไปในแม่น้ำนั้น เป็นผลพิบัติที่อาจป้องกันได้ ถ้าได้จัดการระมัดระวังตามสมควร ไม่ใช่เป็นเหตุที่ไม่มีใครจะอาจป้องกันได้ ฉะนั้น จึงไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย จำเลยบรรทุกสินค้าเกินกว่าเก๋งท้ายเรือหรือหลังคาเรืออันเป็นการผิดระเบียบของกรมเจ้าท่า ถือได้ว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยแล้ว และเนื่องจากจำเลยมีอาชีพรับขนส่ง ย่อมหน้าที่ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกว่าปกติสามัญชน แต่กลับละเลยการปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพอันควรต้องพึงปฏิบัติเสีย กล่าวคือ เมื่อบรรทุกสินค้าลงเรือเสร็จแล้ว ส.ผู้ควบคุมเรือของจำเลยกับลูกเรืออีก 3 คนขึ้นไปบนท่าหมด ไม่มีคนอยู่ในเรือที่จะคอยระมัดระวังป้องกันภัยอันตรายอันอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ ซึ่งโดยปกติต้องมีคนงานคอยระวังอยู่ เพราะอาจมีคลื่นแรงมา ซึ่งแล้วก็มีคลื่นแรงมาจริง ๆ และปะทะเรือฉลอมทำให้เรือฉลอมกระแทกกับท่าเป็นเหตุให้สินค้าที่บรรทุกอยู่ในเรือฉลอมที่บรรทุกอยู่สูงตกลงไปในแม่น้ำเสียหาย ส.กับลูกเรือไม่สามารถจะเข้าไปช่วยประคองเรือเพื่อป้องกันความเสียหายไว้ได้ เพราะเกรงว่ากระสอบสินค้าที่เคลื่อนหล่นลงมาจะทับเอาตามพฤติการณ์ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลย จำเลยต้องรับผิด เมื่อโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยการขนส่งสินค้าไว้กับห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์ได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์ไปแล้วโจทก์ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิเรียกร้องให้จำเลยในฐานะผู้รับขนชำระเงินจำนวนที่ได้จ่ายไปแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.229 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.616 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.623

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับทำการลำเลียงขนสินค้าต่าง ๆ ของห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์ไปขึ้นเรือเดินทะเล แต่ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังได้บรรทุกเกินกว่าที่เรือจะรับน้ำหนักได้และเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เรือเอียง ทำให้สินค้าเสียหายและห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์ได้เสียค่ากรรมกรขนสินค้า รวมเป็นค่าเสียหาย ๑๑๘,๗๔๓.๖๐ บาท โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยการขนส่งได้ใช้เงินให้ห้างหุ้ส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์ไปแล้ว จึงรับช่วงสิทธิ จำเลยไม่ใช่ จึงขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนดังกล่าวและดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าไม่ได้ประมาทเลินเล่อ แต่เนื่องจากเหตุสุดวิสัย แม้จำเลยประมาทเลินเล่อ จำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยกับห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์มีสัญญาเป็นพิเศษว่า หากเกิดอุบัติหตุมิใช่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้รับจ้างหรือจำเลยแล้ว ผู้รับจ้างหรือจำเลยก็ไม่ต้องรับผิด ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวนตามฟ้องให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุที่เกิดความเสียหายเนื่องจากคลื่นของเรืออื่นในลำแม่น้ำมาปะทะเรือฉลอมของจำเลยที่บรรทุกสินค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์เสร็จแล้วกำลงจอดอยู่ที่ท่าเรือเอเชียติ๊ก เรือฉลอมของจำเลยกระแทกกับท่า ทำให้สินค้าที่บรรทุกบางส่วนเคลื่อนตกลงไปในแม่น้ำนั้น เป็นผลพิบัติที่อาจป้องกันได้ ถ้าได้จัดการระมัดระวังตามสมควร ไม่ใช่เป็นเหตุทีไม่มีใครจะอาจป้องกันได้ ฉะนั้น จึงไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย ในข้อที่ว่า เป็นความเสียหายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยหรือไม่นั้น คดีฟังได้ว่าจำเลยได้ทำการบรรทุกสินค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์เกินกว่าเก๋งท้ายเรือหรือหลังคาเรืออันเป็นการผิดระเบียบของกรมเจ้าท่าศาลฎีกาเห็นว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยแล้ว โดยเฉพาะกรณีนี้จำเลยมีอาชีพรับขนส่ง ย่อมมีหน้าที่ให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษกว่าปกติสามัญชน แต่กลับละเลยการปฏิบัตินหน้าที่ในอาชีพอันควรต้องพึงปฏิบัติเสีย เพราะเมื่อบรรทุกสินค้าลงเรือฉลอมเสร็จแล้วนายสง่าผู้ควบคุมเรือของจำเลยกับลูกเรือขึ้นไปบนท่าหมด ไม่มีคนอยู่ในเรือที่จะคอยระมัดระวังป้องกันภัยอันอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้ ทั้งจำเลยก็รับว่าเรือที่ยังไม่ออกจากท่าปกติต้องมีคนงานคอยระวังอยู่ เพราะอาจมีคลื่นแรงมา ซึ่งแล้วก็มีคลื่นแรงมาจริง ๆ และปะทะเรือฉลอม ทำให้เรือฉลอมกระแทกกับท่าเรือ เป็นเหตุให้สินค้าที่บรรทุกอยู่ในเรือที่บรรทุกอยู่สูงตกลงไปในแม่น้ำเสียหาย โดยนายสง่ากับลูกเรือไม่สามารถจะเข้าไปช่วยประคองเรือเพื่อป้องกันความเสียหายไว้ได้ เพราะเกรงว่ากระสอบสินค้าที่เคลื่อนหล่นลงมาจะทับเอา ตามพฤติการณ์เช่นนี้ต้องถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลย จำเลยต้องรับผิด เกี่ยวกับจำนวนค่าสินไหมทดแทน ศาลฎีกาฟังว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นจริงตามจำนวนที่ฟ้อง เมื่อโจทก์ได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญโภคภัณฑ์ไปเสร็จแล้ว โจทก์ย่อมเข้าสู่ฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินจำนวนที่ได้จ่ายไปแก่โจทก์ได้ ทั้งได้แจ้งให้จำเลยชำระแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่รับผิด. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2510 บริษัทอาคเนย์ประกันภัยจำกัด โจทก์ นายสมศักดิ์ แซ่เหียหรือวรนาวิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทอาคเนย์ประกันภัยจำกัด · จำเลย - นายสมศักดิ์ แซ่เหียหรือวรนาวิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ศริ มลิลา · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 890/2500ฎีกา 5564/2551ฎีกา 4074/2536ฎีกา 7591/2542ฎีกา 2339/2533ฎีกา 4574/2536ฎีกา 217/2519ฎีกา 1369/2493ฎีกา 5317/2534ฎีกา 6277/2550ฎีกา 1083/2505ฎีกา 575/2522ฎีกา 1243/2557ฎีกา 4747/2540ฎีกา 520/2534ฎีกา 55/2520ฎีกา 2378/2523ฎีกา 6282/2544ฎีกา 3113/2554ฎีกา 1732/2529ฎีกา 5928/2531ฎีกา 11039/2551ฎีกา 4368/2541ฎีกา 301/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา