⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1000/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีที่แสดงรายละเอียดวันเดือนปีและจำนวนเงินที่ถูกยืมไป พร้อมแนบสำเนาหลักฐานการยืม ถือว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม หนี้ที่เกิดจากการยืมเงินไปใช้ในกิจการของตนเอง ไม่ต้องด้วยอายุความตามมาตรา 165 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ให้ใช้อายุความตามมาตรา 164 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้ทำหลักฐานยืมเอาเงินของโจทก์ไปหลายครั้งแล้วไม่ใช้ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินตามฟ้อง ซึ่งฟ้องโจทก์ได้กล่าวแสดงรายละเอียดถึงวันเดือนปีและจำนวนเงินที่จำเลยยืมไป และมีสำเนาใบยืมท้ายฟ้อง ดังนี้ ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยมิได้ใช้เงินที่จำเลยยืมไปจากโจทก์ในกิจการของโจทก์ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165 ต้องใช้อายุความตามมาตรา 164

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยในฐานะที่เป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการได้ทำหลักฐานยืมเงินโจทก์ไป ๑๔ ครั้ง รวมเป็นเงิน๖๑,๕๐๐ บาท โดยจำเลยอ้างว่ายืมไปทดรองจ่ายในกิจการของบริษัทโจทก์แต่จำเลยมิได้นำเงินยืมไปใช้ในกิจการของโจทก์ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยให้การว่า มิได้เป็นหนี้เงินยืมโจทก์ แม้จะยืมไป ก็ได้ใช้จ่ายในกิจการของโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และขาดอายุความ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ในข้อที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยได้ทำหลักฐานยืมเอาเงินของโจทก์ไปหลายครั้ง แล้วไม่ใช้ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินตามฟ้องซึ่งฟ้องของโจทก์ได้กล่าวแสดงรายละเอียดถึงวันเดือนปีและจำนวนเงินที่จำเลยยืมไป และมีสำเนาใบยืมท้ายฟ้อง ทั้งได้ส่งพร้อมกับสำเนาฟ้องให้จำเลยทราบด้วยแล้ว คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจและต่อสู้คดีได้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมดังที่จำเลยฎีกา ส่วนข้อเท็จจริงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานจำเลยฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้นำเงินจำนวนที่โจทก์ฟ้องไปใช้ในกิจการของโจทก์ และได้ใช้ให้โจทก์แล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ เพราะกรณีเป็นเรื่องที่จำเลยยืมเงินโจทก์ไปใช้ในกิจการของโจทก์ จึงต้องใช้อายุความ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๘) นั้นศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ดังได้วินิจฉัยมาแล้วว่า เงินที่จำเลยยืมไปจากโจทก์นั้น ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ยืมไปใช้ในกิจการของโจทก์ฉะนั้น กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕ และคดีต้องใช้อายุความตามมาตรา ๑๖๔ ซึ่งมีกำหนด ๑๐ ปีอันเป็นบทกำหนดอายุความทั่ว ๆ ไป ซึ่งเอกสารหลักฐานปรากฏว่าจำเลยยืมเงินของโจทก์ไปในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๐๔ และ พ.ศ. ๒๕๐๕นับถึงวันฟ้องคดีคือวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๐๗ คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2511 บริษัทขนส่ง จำกัด โดยนายสุรินทร์ วิเศษกุล ประธานกรรมการ และ พันเอกขุนแผน กระหม่อมทอง กรรมการผู้จัดการ โจทก์ นายมงคล เอมอมร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - บริษัทขนส่ง · และ - โดยนายสุรินทร์ วิเศษกุล ประธานกรรมการ · โจทก์ - พันเอกขุนแผน กระหม่อมทอง กรรมการผู้จัดการ · จำเลย - นายมงคล เอมอมร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เนิ่น กฤษณะเศรนี · วิเชียร เศวตรุนทร์ · พันธ์ นัยวิฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ อิศระ · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 199/2537ฎีกา 6105/2531ฎีกา 794/2509ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 306/2506ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1808/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา