⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1155/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวอ้างว่าหากได้นำพยานมาสืบแล้วจะชนะคดี ถือเป็นการกล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้พิสูจน์ ซึ่งไม่ใช่เหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยกล่าวว่า การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีนั้นยังไม่ถูกต้อง ถ้าหากจำเลยได้นำพยานมาสืบแล้วจำเลยจะชนะคดีโจทก์ได้ เพราะจำเลยไม่ได้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่ากว่า 2 ครั้งติดๆ กัน ถือว่าได้กล่าวในคำขอโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผู้เช่าที่ดินของโจทก์ผิดนัดชำระค่าเช่า ๕ คราวติดต่อกันโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้ขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า เช่าที่พิพาทเพื่ออาศัย ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมการเช่า จำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นให้โจทก์นำสืบก่อน ก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่า คิดว่าความที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ซึ่งนัดไว้ก่อน ศาลชั้นต้นสั่งให้มาพูดกันในวันนัด ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนมาฟังคำสั่งและกำหนดวันนัด ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อน และมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา แล้วพิจารณาสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว และพิพากษาในวันนั้นให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว ๙ วัน จำเลยยื่นคำร้องว่า ทนายจำเลยติดว่าความที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งนัดไว้ก่อน ไม่เจตนาประวิงคดี คำสั่งศาลชั้นต้นยังไม่ถูกต้อง ถ้าหากจำเลยได้นำพยานมาสืบแล้ว จำเลยจะชนะคดีโจทก์ เพราะจำเลยไม่ได้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าสองครั้งติดๆ กัน ขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยประวิงคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๕ (๓) คู่ความที่ขาดนัดไม่มีสิทธิที่จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ และคำขอของจำเลยไม่ปรากฏข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามมาตรา ๒๐๘ วรรคสอง เหตุที่ขอให้พิจารณาคดีใหม่มีปรากฏชัดในสำนวนแล้ว ไม่จำต้องส่งสำเนาให้โจทก์ฟังข้อคัดค้าน และไม่จำต้องนักไต่สวนเพื่อฟังข้อเท็จจริงอีก จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พฤติการณ์ที่ปรากฏแสดงว่าการกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นเรื่องประวิงคดีหรือจงใจขาดนัด กรณีมีเหตุผลสมควรที่จำเลยจะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนคดีไปตามเวลาที่เหมาะสม คำร้องของจำเลยก็ปรากฏว่าได้กล่าวคัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยไม่ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่ากว่า ๒ ครั้งติดๆ กัน พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาคดีใหม่ แล้วพิพากษาไปตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า ทนายจำเลยมีความจำเป็นไม่สามารถมาศาลได้ ไม่ใช่เจตนาประวิงคดี ควรให้เลื่อนการพิจารณาคดีไปได้ และคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยมีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลไว้ว่า การที่ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีนั้นยังไม่ถูกต้อง ถ้าหากจำเลยได้นำพยานมาสืบแล้ว จำเลยจะชนะคดีโจทก์ได้ เพราะจำเลยไม่ได้ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่ากว่า ๒ ครั้งติดๆ กัน คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ แล้ว และมีเหตุการณ์เชื่อว่าจำเลยมาศาลตามกำหนดนัดไม่ได้ สมควรอนุญาตตามคำขอของจำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2511 นายศิริ วงศ์วานิช โจทก์ หม่อมราชวงศ์ เนาวนัดดา นุชมิตร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศิริ วงศ์วานิช · ล. - หม่อมราชวงศ์ เนาวนัดดา นุชมิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุขารมณ์ · วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธวัช สิทธิชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534ฎีกา 1323/2530ฎีกา 925/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา