คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาซื้อขายที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินและไม่ได้จดทะเบียนนั้นเป็นโมฆะ แต่ข้อความในสัญญาอาจแสดงถึงเจตนาของคู่กรณีได้ และการครอบครองที่ดินนั้นต้องพิจารณาจากพฤติการณ์ว่ามีเจตนาครอบครองแทนหรือครอบครองเพื่อตนเอง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขายนาพิพาทให้โจทก์โดยทำหนังสือกันเอง มิได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย แม้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่ก็ยังมีผลเป็นการแสดงถึงพฤติการณ์ของโจทก์จำเลยเกี่ยวกับนาพิพาทซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ว่ามีเจตนาต่อกันอย่างไร หนังสือสัญญานี้ในตอนต้นมีข้อความว่าจำเลยขายนาพิพาทให้โจทก์ และได้รับชำระราคาจากโจทก์เป็นการถูกต้องแล้ว แต่ในตอนท้ายกล่าวว่า "ให้ผู้ขายตรึกตรองและตกลงปลงใจพิจารณาอยู่ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันทำหนังสือนี้เป็นต้นไป ถ้าพ้นจากภายใน 10 วันแล้ว ที่ดินนาดังกล่าวแล้ว ให้นายบุ่ง กลมเกลียว (โจทก์) ครอบครองต่อไป" ฉะนั้น ถึงหากจำเลยได้มอบที่นาให้โจทก์ครอบครองตั้งแต่วันทำสัญญานั้น ก็ไม่พอฟังว่าจำเลยสละการครอบครองให้แก่โจทก์ไปในทันใดนั้นแล้ว เพราะยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะตัดสินใจต่อไป นอกจากนี้ จำเลยได้ให้การต่อสู้ว่าคดีว่าต่อจากวันขายฝาก 8 วัน จำเลยได้นำเงินไปขอไถ่ แต่โจทก์ยังไม่รับเงิน ให้จำเลยเอาไว้เป็นเงินยืมจากโจทก์ โดยโจทก์ขอนำนาพิพาทต่างดอกเบี้ยไปก่อน เป็นการโต้เถียงว่าโจทก์เพียงแต่เป็นผู้ยึดถือครอบครองนาพิพาทแทนจำเลยอยู่ต่อมา เพราะจำเลยได้จัดการไถ่ภายในกำหนด 10 วัน และโจทก์จำเลยตกลงกันใหม่ เพื่อให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการครอบครองเป็นของโจทก์เอง ฉะนั้น คดีจะต้องให้คู่ความสืบพยานเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่นาตาม ส.ค. ๑ เลขที่ ๔๓ จากจำเลย โดยทำหนังสือซื้อขายกันเอง โจทก์ครอบครองต่อมา จำเลยบุกรุก ขอให้ศาลแสดงว่าที่นาพิพาทโจทก์เป็นเจ้าของมีสิทธิครอบครอง ฯลฯ
จำเลยให้การว่า ไม่เคยขายให้โจทก์ พ.ศ. ๒๕๐๔ จำเลยขายฝากโจทก์ไว้เป็นเงิน ๒,๔๐๐ บาท สัญญาไถ่ภายใน ๑๐ วัน ต่อมา ๘ วัน จำเลยนำเงินไปไถ่ โจทก์ขอทำอีก ๑ ปี ส่วนเงิน ๒,๔๐๐ บาท ถือว่าเป็นเงินจำเลยยืนมา ปีต่อมาจำเลยขอไถ่ โจทก์กลับขอซื้อ จำเลยไม่ยอมขาย เป็นดังนี้มาทุกปี จน พ.ศ. ๒๕๐๙ จำเลยขอไถ่ โจทก์ก็ว่าจำเลยขายให้โจทก์แล้ว จำเลยมิได้เจตนาสละการครอบครอง สัญญาขายฝากเป็นโมฆะ ฯลฯ
ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน พิพากษาว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองแล้ว ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
คดีฟังได้ว่าโจทก์จำเลยทำหนังสือสัญญากันเอง โดยมิได้จดทะเบียนให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่า แม้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ แต่ก็ยังมีผลเป็นการแสดงถึงพฤติการณ์ของโจทก์จำเลยเกี่ยวกับนาพิพาทซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ว่ามีเจตต่อกันอย่างไร หนังสือสัญญานี้ ในตอนต้นมีข้อความว่า จำเลยขายนาพิพาทให้โจทก์ และได้รับชำระราคาจากโจทก์เป็นการถูกต้องแล้ว แต่ในตอนท้ายกล่าวว่า "ให้ผู้ขายตรึกตรองและตกลงปลงใจพิจารณาอยู่ภายใน ๑๐ วันนับตั้งแต่วันทำหนังสือนี้เป็นต้นไป ถ้าพ้นจากภายใน ๑๐ วันแล้ว ที่ดินนาดังกล่าวแล้วให้นายบุ่ง กลมเกลียว (โจทก์) ครอบครองต่อไป" ฉะนั้น ถึงหากจำเลยได้มอบที่นาให้โจทก์ครอบครองตั้งแต่วันทำสัญญานั้น ก็ไม่พอฟังว่าจำเลยสละการครอบครองให้แก่โจทก์ไปในทันใดนั้นแล้ว เพราะยังอยู่ในระหว่างที่จำเลยจะตัดสินใจต่อไป นอกจากนี้จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีว่า ต่อจากวันขายฝาก ๘ วัน จำเลยได้นำเงินไปขอไถ่แต่โจทก์ยังไม่รับเงิน ให้จำเลยเอาไว้เป็นเงินยืมจากโจทก์ โดยโจทก์ขอทำนาพิพาทต่างดอกเบี้ยไปก่อน เป็นการโต้เถียงว่าโจทก์เพียงแต่เป็นผู้ยึดถือครอบครองนาพิพาทแทนจำเลยอยู่ต่อมา เพราะจำเลยได้จัดการไถ่ภายในกำหนด ๑๐ วัน และโจทก์จำเลยตกลงกันใหม่เพื่อให้โจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เป็นการครอบครองเป็นของโจทก์เอง ฉะนั้น คดีจะต้องให้คู่ความสืบพยานเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงต่อไป
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานและทำการพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2511
นายบุ่ง กลมเกลียว โจทก์
นายผิว เครือแสง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุ่ง กลมเกลียว · ล. - นายผิว เครือแสง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โพยม เลขยานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยะโสธร - นายเล็ก มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา