คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ร่วมอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมีคำเรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมาด้วย โจทก์ร่วมต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
เดิมพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งมีคำเรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญา จึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และพนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์คำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์จึงเป็นอันยุติเพียงศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมอุทธรณ์โดยลำพังโดยมีคำเรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอุทธรณ์ โจทก์ร่วมจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 254
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕, ๘๓ และสั่งริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ และนับโทษต่อด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยคืนของกลางให้เจ้าของ
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๘๓ จำคุกจำเลยหนึ่งปี ริบของกลางสำหรับคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์นั้น ปรากฏว่าผู้เสียหายอุทธรณ์แต่ฝ่ายเดียว โดยอัยการมิได้อุทธรณ์ด้วยและมิได้เสียค่าธรรมเนียมอย่างคดีแพ่ง จึงไม่บังคับให้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๐๗๔/๒๕๐๙ ของศาลชั้นต้นนั้นไม่ปรากฏว่าศาลได้พิพากษาแล้วเป็นประการใด และโจทก์ก็มิได้ยื่นคำร้องให้ศาลทราบ จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ ให้ยกคำขอนี้เสีย
โจทก์ร่วมฎีกาว่า แม้พนักงานอัยการไม่อุทธรณ์ โจทก์ร่วมก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพราะถือว่าดำเนินกระบวนพิจารณาร่วมกับพนักงานอัยการไปได้จนถึงที่สุด
จำเลยฎีกาว่าไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง
ศาลฎีกาเห็นว่า เดิมพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งมีคำเรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอาญาจึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ตามมาตรา ๒๕๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและพนักงานอัยการโจทก์มิได้อุทธรณ์ คำฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์จึงเป็นอันยุติเพียงศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมอุทธรณ์โดยลำพัง โดยมีคำเรียกร้องให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สินติดมากับฟ้องอุทธรณ์ โจทก์ร่วมจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมดังคดีแพ่ง ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๔แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีโดยมิได้สั่งศาลชั้นต้นให้เรียกค่าธรรมเนียมคำขอท้ายฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเสียก่อนให้ถูกต้องนั้น จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีผลให้ฎีกาของจำเลยนั้นตกไปด้วยโดยไม่ต้องวินิจฉัย
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าธรรมเนียมฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเสียให้ถูกต้อง แล้วส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1443/2511
พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์
นายสายชล มณีรัตน์ โจทก์ร่วม
นายสำราญ มาลัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · โจทก์ร่วม - นายสายชล มณีรัตน์ · จำเลย - นายสำราญ มาลัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม · วินัย ทองลงยา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา