คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลจงใจขัดขวางการดำเนินงานของศาลโดยไม่ส่งเอกสารตามหมายเรียกของศาลนั้น ไม่ถือว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) หากการกระทำนั้นไม่ได้เป็นการล่วงละเมิดสิทธิหน้าที่ของโจทก์โดยตรง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์นำหมายศาลที่สั่งเรียกเอกสารซึ่งอยู่ในครอบครองของจำเลยส่งให้จำเลยที่ศาล จำเลยรับหมายแล้วกล่าวว่า เป็นเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ แล้วทิ้งหมายลงบนพื้นทางเดิน ต่อมาโจทก์ได้ให้พนักงานศาลนำส่งหมายเรียกเอกสารเหล่านั้นแก่จำเลยอีก จำเลยจงใจขัดอำนาจศาล ไม่ยอมส่งเอกสารต่อศาล ถือว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 ข้อ 4 ผู้เสียหายคือบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง กรณีนี้เป็นเพียงเรื่องที่งดเว้นไม่ยอมกระทำการอย่างหนึ่งขึ้นเท่านั้น สิทธิหน้าที่ของโจทก์จำเลยไม่ได้มีต่อกันโดยตรงที่จะต้องให้เอกสารนั้นมาดู การไม่ยอมส่งของจำเลยจึงไม่ใช่เป็นการงดเว้นที่ล่วงสิทธิหน้าที่ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่เป็นผู้เสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำหมายศาลที่สั่งเรียกเอกสารซึ่งอยู่ในครอบครองของจำเลยส่งให้จำเลย ณ ที่ศาลจังหวัดตรัง จำเลยรับหมายแล้วกล่าวว่าเป็นเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ แล้วทิ้งหมายลงบนพื้นทางเดิน ต่อมาโจทก์ได้ให้พนักงานศาลนำหมายเรียกเอกสารเหล่านั้นแก่จำเลยอีก จำเลยจงใจขัดอำนาจศาล ไม่ยอมส่งเอกสารต่อศาล โจทก์ได้รับความเสียหายเพราะจำเป็นต้องตรวจเอกสารนั้น ๆ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๐
ศาลชั้นต้นสั่งฟ้องว่า ความผิดตามมาตรา ๑๗๐ เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม โจทก์เป็นเอกชน ตามที่ฟ้องไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เสียหายเป็นพิเศษแต่ประการใดอันจะฟ้องด้วยตนเองได้ ให้ยกฟ้องด้วยของโจทก์เสีย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในการที่จะพิจารณาว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่จะฟ้องคดีได้เองนั้นก็ต้องถือเอาตามนัยแห่งประมวลกฎหมายนี้ในมาตรา ๒ ข้อ ๔ ที่กำหนดว่าผู้เสียหายนั้นคือบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำที่เป็นความผิดในกรณีนี้ เป็นเพียงเรื่องที่งดเว้นไม่ยอมกระทำการอย่างหนึ่งขึ้นเท่านั้น จำเลยมิได้กระทำการอย่างไรโดยตรงต่อตัวโจทก์ หรือสิทธิอะไรของโจทก์ขึ้นมา การที่โจทก์ต้องการดูเอกสารที่อ้างว่าอยู่ในความครอบครองของจำเลย แต่ไม่มีสิทธิเรียกเอามาเอง จนต้องขอให้ศาลใช้อำนาจตามกฎหมายของศาลเรียกเอามาเพื่อโจทก์จะได้อาศัยผลของการนั้นเข้าไปตรวจดูได้นั้น ย่อมเป็นการชี้ชัดอยู่แล้วว่าสิทธิหน้าที่ของโจทก์จำเลยไม่ได้มีต่อกันโดยตรงที่ต้องให้เอกสารนั้นมาดู การไม่ยอมส่งของจำเลย จึงไม่ใช่เป็นการงดเว้นที่ล่วงสิทธิหน้าที่ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีในความผิดที่งดเว้นไม่กระทำการดังนั้นได้
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1522/2511
นางวรรณี เก้าเอี้ยน ที่ 1 นายกิมตึ๋ง แซ่จังที่ 2 โจทก์
นายมนัส ธรรมารักษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวรรณี เก้าเอี้ยน ที่ 1 นายกิมตึ๋ง แซ่จังที่ 2 · จำเลย - นายมนัส ธรรมารักษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิม ทัตภิรมย์ · โพยม เลขยานนท์ · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง · ศาลอุทธรณ์ - นายอาทิตย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา