⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1523/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงโดยใช้กำลังประทุษร้าย เป็นความผิดสำเร็จ แม้หญิงนั้นจะอายุเกิน 18 ปีแล้วก็ตาม. การเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี เป็นความผิดสำเร็จ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจประการอื่น. การหน่วงเหนี่ยวกักขังบุคคลให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย เป็นความผิดอาญา.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เจ้าของกิจการสถานค้าประเวณีรับตัวนางสมจิตรผู้เสียหายไว้ แล้วบังคับให้ค้าประเวณี ครั้นนางสมจิตรไม่ยินยอมก็ถูกผลักเข้าไปในห้องที่มีชายรออยู่ เมื่อขัดขืนต่อไปอีกก็ถูกจำเลยที่ 1 ตบหน้า และบางครั้งเมื่อนางสมจิตรถูกชายดึงเข้าไปในห้องแล้ว จำเลยที่ 1 ก็ใส่กุญแจห้องข้างนอกและคอยเฝ้าอยู่ ทั้งยังตะโกนบอกชายที่มาเที่ยวว่าให้ตบตีได้ถ้านางสมจิตรไม่ยอม ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เช่นนี้เป็นการกระทำเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงโดยใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 283 แล้ว แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 282 เพราะนางสมจิตรอายุเกิน 18 ปี และไม่เป็นความผิดตามมาตรา 284 เพราะเป็นการกระทำเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น มิใช่เพื่อสำเร็จความใคร่ของตนเองหรือผู้ร่วมกระทำความผิดกับตน ส่วนการที่จำเลยที่ 1 รับตัวนางสาววรรณาผู้เสียหายอายุ 16 ปี ซึ่งถูกหลอกลวงมาไว้เป็นโสเภณีในสำนักของตน ก็ได้ชื่อว่าเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของชายที่มาเที่ยว และจำเลยที่ 1 ได้เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งนางสาววรรณา อันเป็นความผิดสำเร็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจประการอื่น ทั้งไม่จำเป็นต้องให้มีผู้อื่นมาสำเร็จความใคร่กับนางสาววรรณาเสียก่อน สำหรับการที่จำเลยที่ 1 กระทำแก่นางสมจิตรผู้เสียหายโดยผลักเข้าไปในห้องที่มีชายรออยู่ ในเมื่อนางสมจิตรไม่ยินยอม และบางครั้งปิดประตูใส่กุญแจข้างนอก ขังนางสมจิตรไว้กับชายที่มาเที่ยวแล้วคอยเฝ้าอยู่ ย่อมเป็นการหน่วงเหนี่ยวกักขังนางสมจิตรให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.282 ประมวลกฎหมายอาญา ม.283 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวงพานางสมจิตร ศรีมานพหรือรูปหุ่น อายุ ๒๑ ปี และนางสาววรรณา สายความสุขอายุ ๑๖ ปี ไปเพื่อการอนาจาร และเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นได้มอบหญิงทั้งสองไว้กับจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี เพื่อให้ทำการค้าประเวณี จำเลยที่ ๑ รับหญิงทั้งสองไว้เพื่อการนั้น ทั้งยังได้บังคับให้หญิงทั้งสองค้าประเวณีและหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้ด้วย อนึ่ง จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของกิจการและเป็นผู้จัดการสถานการค้าประเวณีโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒, ๒๘๓, ๒๘๔, ๓๑๐,๘๓, ๙๑ และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๙ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๒, ๒๘๓, ๒๘๔, ๓๑๐, ๘๓ และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณีพ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๙ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๓ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา ๙๑ ให้จำคุก ๔ ปี จำเลยรับว่าเป็นเจ้าสำนักค้าประเวณีเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก๓ ปี (คำนวณคลาดเคลื่อน) จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒, ๘๓ จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๙ ฐานเดียว จำคุก ๖ เดือนลดโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ เดือน จำเลยที่ ๑ ต้องขังมาพอแก่โทษแล้วให้ปล่อยตัวไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี รับตัวนางสมจิตรผู้เสียหายไว้แล้วบังคับให้ทำการค้าประเวณี ครั้นนางสมจิตรไม่ยินยอม ก็ถูกผลักเข้าไปในห้องที่มีชายรออยู่ เมื่อขัดขืนต่อไปอีก ก็ถูกจำเลยที่ ๑ ตบหน้าและบางครั้งเมื่อนางสมจิตรถูกชายดึงเข้าไปในห้องแล้ว จำเลยที่ ๑ก็ใส่กุญแจห้องข้างนอก และคอยเฝ้าอยู่ ทั้งยังตะโกนบอกชายที่มาเที่ยวว่าให้ตบตีได้ถ้านางสมจิตรไม่ยอม จึงวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เช่นนี้ เป็นการกระทำเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิงโดยใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ แล้ว แต่ไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๒ เพราะนางสมจิตรอายุเกิน ๑๘ ปี และไม่เป็นความผิดตามมาตรา๒๘๔ เพราะเป็นการกระทำเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นไม่ใช่เป็นการกระทำเพื่อตนเองหรือผู้ร่วมกระทำความผิดกับตน และวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ รับตัวนางสาววรรณาผู้เสียหายอายุ ๑๖ ปี ซึ่งถูกหลอกลวงมาไว้เป็นหญิงโสเภณีในสำนักของตนได้ชื่อว่าเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของชายที่มาเที่ยว และจำเลยที่ ๑ได้เป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจาร ซึ่งนางสาววรรณา อันเป็นความผิดสำเร็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ แล้ว โดยไม่จำต้องใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมประการใดอีก ทั้งไม่จำต้องมีผู้อื่นมาสำเร็จความใคร่กับนางสาววรรณาเสียก่อน การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจประการอื่น มีผลเพียงทำให้การกระทำของจำเลยที่ ๑ ต่อนางสาววรรณาไม่เป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๔ เท่านั้น และแม้เมื่อนางสาววรรณาไม่ยินยอมจำเลยที่ ๑ ได้ไล่ให้ไปเก็บชามล้างชามหลังบ้าน ไม่ได้ดำเนินการเช่นที่กระทำแก่นางสมจิตรผู้เสียหาย ก็ไม่ทำให้ความผิดตามมาตรา ๒๘๒ซึ่งสำเร็จแล้ว เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น นอกจากนั้น การที่จำเลยที่ ๑ กระทำแก่นางสมจิตรผู้เสียหายโดยผลักให้เข้าไปในห้องที่มีชายรออยู่ในเมื่อนางสมจิตรไม่ยินยอมและบางครั้งปิดประตูใส่กุญแจข้างนอกขังนางสมจิตรไว้กับชายที่มาเที่ยวแล้วคอยเฝ้าอยู่ ย่อมเป็นการหน่วงเหนี่ยวและกักขังนางสมจิตรให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย นับเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑๐ แล้ว พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๘๒, ๒๘๓ และ ๓๑๐ ด้วย แต่โดยที่ความผิดตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นกรรมหนึ่ง และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๒, ๒๘๓, ๓๑๐ เป็นอีกกรรมหนึ่ง อันเป็นความผิดหลายบท สมควรลงโทษเฉพาะบางกระทงที่หนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ มีกำหนด๔ ปี มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘คงให้จำคุกมีกำหนด ๒ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2511 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางนิตย์ ดีเลิศ ที่ 1 นางมุก เจริญทรัพย์ ที่ 2 นายตี๋ หรือเทียม แซ่ปึง ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางนิตย์ ดีเลิศ ที่ 1 นางมุก เจริญทรัพย์ ที่ 2 นายตี๋ หรือเทียม แซ่ปึง ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมบัติ วังตาล · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน พูนคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1357/2545ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 222/2554ฎีกา 1514/2532ฎีกา 5165/2548ฎีกา 616/2484ฎีกา 2375/2541ฎีกา 40/2470ฎีกา 275/2471ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 3859/2537ฎีกา 51/2517ฎีกา 7854/2549ฎีกา 312/2558ฎีกา 1974/2539ฎีกา 975/2508ฎีกา 110/2505ฎีกา 2820/2536ฎีกา 1817/2552ฎีกา 851/2487ฎีกา 179/2465ฎีกา 1386/2521ฎีกา 8917/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา