⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1529/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความตกลงกันสืบประเด็นว่า "พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่" ให้ตีความหมายรวมถึงประเด็นที่คู่ความโต้แย้งกันก่อนหน้านั้นว่าเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมจริงหรือไม่.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรม เจ้ามรดกมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินใดๆ ไว้ หากจำเลยจะมีพินัยกรรมของเจ้ามรดก พินัยกรรมก็ปลอม เมื่อจำเลยยื่นคำให้การ ได้เสนอสำเนาพินัยกรรมมาท้ายคำให้การ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้จำเลยส่งต้นฉบับต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานเพื่อโจทก์จะได้ตรวจดู โจทก์แถลงว่า ต้องสอบลายมือในพินัยกรรมจากผู้รู้ลายมือของผู้ทำพินัยกรรม แล้วคู่ความเลื่อนวันชี้สองสถานไป พอถึงวันชี้สองสถานครั้งที่ 2 คู่ความแถลงต่อศาลว่า คู่ความตกลงกันสืบประเด็นเดียวว่า พินัยกรรมตามที่จำเลยอ้างเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดังนี้ ที่ว่า 'พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่' ตามที่คู่ความตกลงกันหรือท้ากันสืบนี้ หมายความถึงประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกันก่อนว่าเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมหรือไม่นั่นเอง ถ้านายอ่อนได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้จริงโจทก์ก็แพ้คดีตามคำท้า แต่ถ้านายอ่อนไม่ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ จำเลยก็แพ้คดีตามคำท้า ดังนั้นที่คู่ความนำสืบพยานหลักฐานในประเด็นที่ว่า นายอ่อนเจ้ามรดกทำพินัยกรรมหมาย ล.1หรือไม่ จึงอยู่ในประเด็นคำท้าที่คู่ความพิพาทโต้เถียงกัน หาใช่เป็นการนำสืบนอกประเด็นคำท้าไม่ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพยานหลักฐานของคู่ความในประเด็นข้อนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นการวินิจฉัยตามประเด็นคำท้า มิใช่นอกประเด็นคำท้าเช่นเดียวกัน.การที่คู่ความแถลงท้ากันศาลจดประเด็นคำท้า ใช้คำว่า'พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่' นั้น ไม่ทำให้ประเด็นคำท้าที่คู่ความพิพาทโต้เถียงกันมาก่อนเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น เพราะคำว่า 'ชอบด้วยกฎหมาย'นี้ มีความหมายกว้างมาก การใดที่กฎหมายห้ามมิให้กระทำแต่ผู้ใดฝ่าฝืนไปกระทำการนั้นเข้า ต้องถือว่าการกระทำนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1656 ได้บัญญัติถึงแบบของพินัยกรรมธรรมดาไว้ว่าผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ถ้าผู้อื่นปลอมลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมลงในพินัยกรรม ย่อมเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย พินัยกรรมถือว่าทำขึ้นผิดแบบ จึงเป็นพินัยกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่พิเคราะห์ดูแต่ตัวพินัยกรรมอย่างเดียว โดยไม่ฟังคำพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบ จะไม่มีทางทราบได้เลยว่าลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมในพินัยกรรมนั้นปลอมหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1656

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรนายอ่อนนางอุ่น นางอุ่นตาย นายอ่อนบิดาได้จำเลยเป็นภรรยาไม่ได้จดทะเบียน นายอ่อนมีทรัพย์สินร่วมกับจำเลยคือที่นา ฯลฯ นายอ่อนถึงแก่ความตาย โจทก์เรียกร้องให้จำเลยส่งทรัพย์ จำเลยไม่ยอมส่ง ขอให้จำเลยส่งทรัพย์ ฯลฯ จำเลยให้การว่า ทรัพย์ตามรายการที่โจทก์ฟ้อง เป็นทรัพย์ที่จำเลยและนายอ่อนหาได้ด้วยกัน นายอ่อนทำพินัยกรรมยกให้จำเลยคนเดียว ฯลฯ ชั้นพิจารณา คู่ความตกลงกันสืบพยานประเด็นเดียวว่า พินัยกรรมตามที่จำเลยอ้างนั้น เป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ถ้าเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ยอมแพ้ ถ้าพินัยกรรมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยยอมแพ้ ยอมยกทรัพย์อันดับ ๑ ถึง ๕ ให้โจทก์ โดยสละข้อต่อสู้อื่นใดทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ไม่เชื่อว่าลายเซ็นชื่อนายอ่อนในพินัยกรรมเป็นลายเซ็นชื่อของนายอ่อนที่แท้จริง พินัยกรรมดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยแพ้คดีตามคำท้า พิพากษาให้จำเลยส่งมอบทรัพย์ตามฟ้องนอกจากทรัพย์อันดับ ๕ และ ๖ ให้แก่โจทก์ หากทรัพย์รายการใดไม่สามารถส่งมอบได้ ก็ให้จำเลยชำระราคาจนครบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามที่คู่ความนำสืบก็มิได้นำสืบว่าพินัยกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร กลับนำสืบโต้เถียงกันว่านายอ่อนเจ้ามรดกได้ทำหรือไม่ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้น จึงเป็นการนำสืบนอกคำท้า พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายไว้แล้วว่า ก่อนนายอ่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรมนั้น นายอ่อนมิได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินใด ๆ ไว้ หากจำเลยจะมีพินัยกรรมของนายอ่อนมาอ้างพินัยกรรมนั้นก็เป็นพินัยกรรมปลอมที่จำเลยกับพวกสมคบกันปลอมขึ้นต่อมาเมื่อจำเลยยื่นคำให้การ จำเลยได้เสนอสำเนาพินัยกรรมมาท้ายคำให้การ โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้จำเลยส่งต้นฉบับพินัยกรรมต่อศาลก่อนวันนัดชี้สองสถานไม่น้อยกว่า ๓ วัน เพื่อโจทก์จะได้ตรวจดูว่าเป็นพินัยกรรมปลอมตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องหรือไม่ และในวันนัดชี้สองสถาน โจทก์ได้ตรวจดูต้นฉบับพินัยกรรมแล้ว โจทก์แถลงต่อศาลว่าต้องสอบลายมือในพินัยกรรมจากผู้รู้ลายมือของผู้เขียนพินัยกรรม(น่าจะเป็นผู้ทำพินัยกรรม) แล้วคู่ความตกลงเลื่อนวันนัดชี้สองสถานไป พอถึงวันนัดชี้สองสถานครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๐๗คู่ความได้แถลงต่อศาลว่า คู่ความตกลงกันสืบประเด็นเดียวว่าพินัยกรรมตามจำเลยอ้างมานั้นเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ตามที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่า คำว่า "พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่" ตามที่คู่ความตกลงกันหรือท้ากันสืบนี้ หมายความถึงประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกันก่อนว่านายอ่อนเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมหมายล.๑ หรือไม่ นั่นเอง ถ้านายอ่อนได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้จริง โจทก์ก็แพ้คดีตามคำท้า แต่ถ้านายอ่อนไม่ได้ทำพินัยกรรมฉบับนี้จำเลยก็แพ้คดีตามคำท้า ดังนั้น ที่คู่ความนำสืบพยานหลักฐานในประเด็นที่ว่านายอ่อนเจ้ามรดกทำพินัยกรรมหมาย ล.๑ ฉบับนี้หรือไม่ จึงอยู่ในประเด็นคำท้าที่คู่ความพิพาทโต้เถียงกัน หาใช่เป็นการนำสืบนอกประเด็นคำท้าไม่ และที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพยานหลักฐานของคู่ความในประเด็นข้อนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นการวินิจฉัยตามประเด็นคำท้า มิใช่นอกประเด็นคำท้าเช่นเดียวกัน การที่คู่ความแถลงท้ากัน ศาลจดประเด็นคำท้าใช้คำว่า "พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่" นั้น ไม่ทำให้ประเด็นคำท้าที่คู่ความพิพาทโต้เถียงกันมาก่อนเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น เพราะคำว่า "ชอบด้วยกฎหมาย" นี้ มีความหมายกว้างมากการใดที่กฎหมายห้ามมิให้กระทำ แต่ผู้ใดฝ่าฝืนไปกระทำการนั้นเข้าต้องถือว่าการกระทำนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕๖ ได้บัญญัติถึงแบบของพินัยกรรมธรรมดาไว้ว่า ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ถ้าผู้อื่นปลอมลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมลงในพินัยกรรม ย่อมเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย พินัยกรรมนั้นถือว่าทำขึ้นผิดแบบ จึงเป็นพินัยกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่พิเคราะห์ดูแต่ตัวพินัยกรรมอย่างเดียวโดยไม่ฟังคำพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบ จะไม่มีทางทราบได้เลยว่า ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมในพินัยกรรมนั้นปลอมหรือไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่าคู่ความนำสืบนอกประเด็นคำท้า และว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดพยานหลักฐานโจทก์จำเลยนอกประเด็นคำท้า รวมทั้งที่ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แต่ตัวพินัยกรรมอย่างเดียว แล้ววินิจฉัยว่าไม่มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าพินัยกรรมนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบในประเด็นที่ว่าพินัยกรรมที่จำเลยอ้างนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1529/2511 นายทองคำ แหวนแก้ว โจทก์ นางพันธ์ แสนสวาท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองคำ แหวนแก้ว · จำเลย - นางพันธ์ แสนสวาท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปันโน สุขทรรศนีย์ · อดุล รัตนปิณฑะ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายเอกชัย วิมานะ · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว.ทองเพิ่ม ทองแถม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 13107/2556ฎีกา 5753/2531ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 359/2521ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา