คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อบุคคลใดไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลา 5 ปี และไม่มีใครทราบข่าวคราวเกี่ยวกับบุคคลนั้นเลย ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นเป็นคนสาบสูญได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่ผู้ร้องร้องขอให้บิดาของผู้ร้องเป็นคนสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64 และมีผู้คัดค้านเข้ามาในคดี เมื่อพยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่มีใครทราบแน่ว่า บิดาผู้ร้องเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่เมื่อฟังได้ว่าบิดาผู้ร้องไปจากภูมิลำเนาได้ 20 ปีเศษแล้ว โดยไม่กลับมาอีกเลย กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64 ในอันที่จะมีคำสั่งให้บิดาผู้ร้องเป็นคนสาบสูญได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องร้องขอให้นายคล้ายบิดาผู้ร้องเป็นคนสาบสูญ
ผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้าน
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายคล้ายเป็นคนสาบสูญ
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้คัดค้านฎีกาว่า ควรฟังว่านายคล้ายมีชีวิตอยู่ หรือควรฟังว่าตายแล้ว
ศาลฎีกาเห็นว่า ทั้งพยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่มีใครทราบแน่ว่านายคล้ายเป็นตายร้ายดีอย่างไร ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายคล้ายไปจากภูมิลำเนาได้ ๒๐ ปีเศษแล้วโดยไม่เคยกลับมาอีกเลย กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๖๔ ในอันที่จะมีคำสั่งให้นายคล้ายเป็นคนสาบสูญได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2511
นางเสวต นาคสุข ผู้ร้อง
นางกิ่ม ปั้นสุวรรณ ผู้คัดค้าน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ร้อง - นางเสวต นาคสุข · ผู้คัดค้าน - นางกิ่ม ปั้นสุวรรณ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายไพริน มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา