⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1674/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่กลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับคำร้องขอพิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ได้. คำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ ไม่ใช่การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ และศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับคำร้อง ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ย่อมมีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ตามคำร้องของจำเลยที่ขอต่อศาลชั้นต้นให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ กล่าวว่าจำเลยมีหลักฐานอีกเป็นอันมากที่จะแสดงว่าจำเลยเป็นคนยากจนจริงซึ่งเป็นข้ออ้างว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล ขอให้ศาลพิจารณาคำขอใหม่จึงมีประเด็นชัดแจ้งพอที่ศาลจะหยิบยกขึ้นพิจารณา และมีคำสั่งในข้อนี้ได้แล้ว ส่วนพยานหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจนมีอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ศาลจะพึงต้องไต่สวนให้ได้ความต่อไป คำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่มิใช่เป็นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ จึงไม่ต้องยื่นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขออนุญาตอุทธรณ์อย่างคนอนาถาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 วรรค 5 และเป็นคำร้องที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพราะเป็นคำร้องขอดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวด้วยการดำเนินคดีอนาถา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยร่วมกันชำระหนี้ที่ค้างและดอกเบี้ยรวม ๘๐๗,๘๖๕.๔๐ บาท จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ และจำเลยที่ ๑ ฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันชำระหนี้ และยกฟ้องแย้งจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วให้ยกคำร้อง ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระภายใน ๑๕ วัน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยมีพยานหลักฐานอยู่อีกมากที่จะแสดงว่าจำเลยเป็นคนยากจนจริง ๆศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องจำเลย โดยวินิจฉัยว่าเป็นการขอให้สืบซ้ำกับที่สืบและที่ศาลฟังมาแล้ว และคำร้องก็มิได้เสียค่าธรรมเนียม จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องไว้ดำเนินการไต่สวนต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายอุทธรณ์คำสั่งของศาลที่ไม่รับคำร้องของจำเลย และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ย่อมมีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๗ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ขออนุญาตอุทธรณ์อย่างคนอนาถาเสีย จำเลยก็ยังยื่นคำร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่ เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจนได้อีก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรค ๔ ตามคำร้องของจำเลยก็ได้กล่าวไว้ในข้อ ๒ ว่า จำเลยมีพยานหลักฐานอีกเป็นอันมากที่จะแสดงว่าจำเลยเป็นคนอนาถาจริง ๆ ซึ่งเป็นข้ออ้างว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล ขอให้ศาลพิจารณาคำขอใหม่ จึงมีประเด็นชัดแจ้งพอที่ศาลจะหยิบยกขึ้นพิจารณาและมีคำสั่งในข้อนี้ได้แล้ว ส่วนพยานหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพิ่มเติมว่าจำเลยเป็นคนยากจนมีอย่างไรก็เป็นเรื่องที่ศาลจะพึงต้องไต่สวนให้ได้ความต่อไป คำร้องของจำเลยดังกล่าวเป็นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคำขอใหม่ มิใช่เป็นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ จึงไม่ต้องยื่นภายในกำหนด๗ วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขออนุญาตอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๖ วรรค ๕ และเป็นคำร้องที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพราะเป็นคำร้องขอดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวด้วยการดำเนินคดีอนาถา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2511 บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยนายแดน จูดาห์ แซมมวล ผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมถาวร ที่ 1 นางเล็ก ม่วงดี ที่ 2 นายจิตต์เลิศ ใจซื่อ ที่ 3 นายอุดม ใจซื่อ ที่ 4 นายถาวร ใจซื่อ ที่ 5 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความจูดาห์ - บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โดยนายแดน · โจทก์ - แซมมวล ผู้จัดการใหญ่ เป็นผู้รับมอบอำนาจ · ม่วงดี - ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมถาวร ที่ 1 นางเล็ก · ใจซื่อ - ที่ 2 นายจิตต์เลิศ ใจซื่อ ที่ 3 นายอุดม · จำเลย - ที่ 4 นายถาวร ใจซื่อ ที่ 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสพ ปรัชญาภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนาะ เอกพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 2646/2527ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 3350/2538ฎีกา 5272/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 4473/2541ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547ฎีกา 5150/2552ฎีกา 9200/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา