⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1742/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องฝ่ายเดียว ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเท่านั้น 2. บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว มีสิทธิรับมรดกโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งรับรองสิทธิอีก 3. กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2497 ข้อ 8(1) ใช้บังคับกับการได้กรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนดโดยการครอบครองปรปักษ์เท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงที่ดินมือเปล่า

ย่อคำพิพากษา

การใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องฝ่ายเดียว เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ทำเช่นนั้นได้ มิใช่ว่าจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวได้ทุกกรณีไป บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ย่อมมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาผู้วายชนม์ตามกฎหมายโดยชอบแล้ว จึงไม่มีบทกฎหมายบัญญัติให้ต้องมายื่นคำร้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของบิดาผู้วายชนม์อีก กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 พ.ศ.2497 ข้อ 8(1) เป็นเรื่องการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีโฉนดแล้วโดยการครอบครองด้วยอำนาจปรปักษ์ หาได้บัญญัติถึงสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่าไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2497) ม.8 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1599 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องกับมารดาได้ไปยื่นคำร้องขอรับมรดกของบิดาผู้ตายต่ออำเภอขุขันธ์ เจ้าหน้าที่อำเภอไม่สามารถจะจัดการให้ได้ อ้างเหตุให้ผู้ร้องมายื่นคำร้องต่อศาลแล้วเจ้าหน้าที่อำเภอจึงจะจัดการให้ จึงขอให้ศาลสั่งว่าผู้ร้องมีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของบิดาผู้ตายตามบัญชีทรัพย์ท้ายคำร้อง ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า กรณีเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะใช้สิทธิทางศาลดำเนินคดีอย่างไม่มีข้อพิพาท เพราะศาลไม่มีอำนาจสั่งเช่นนั้นได้ กรณีเป็นเรื่องที่ผู้ร้องจะต้องดำเนินคดีอย่างมีข้อพิพาท จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องฝ่ายเดียวเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ทำเช่นนั้นได้ มิใช่ว่าจะยื่นคำร้องฝ่ายเดียวได้ทุกกรณีไป ในกรณีเช่นนี้ไม่มีบทกฎหมายใดให้บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว ต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าเป็นผู้ที่มีสิทธิรับมรดกของบิดาผู้วายชนม์ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสี่ซึ่งเป็นบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วย่อมมีสิทธิได้รับมรดกของบิดาผู้วายชนม์ตามลระมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๗ และ ๑๕๙๔ โดยชอบแล้วไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องให้ศาลมีคำสั่งเช่นนั้นในเมื่อไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ตามกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๔๙๗ข้อ ๘(๑) ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ว่า ผู้ได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ต้องยื่นคำร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลไปแสดงว่าตนมีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์จากศาล และเจ้าหน้าที่ของอำเภอสั่งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลผู้ร้องจึงต้องมายื่นคำร้องนั้นศาลฎีกาได้พิเคราะห์กฎกระทรวงที่ผู้ร้องอ้างมานั้นแล้วเห็นว่าตามกฎกระทรวงนั้น เป็นเรื่องการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินที่มีโฉนดแล้วโดยการครอบครองด้วยอำนาจปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ หาได้บัญญัติถึงสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่าแต่อย่างใด ทรัพย์มรดกในเรื่องนี้เป็นที่ดินมือเปล่า กรณีจึงไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎกระทรวงที่ผู้ร้องอ้างที่เจ้าหน้าที่ของอำเภอสั่งให้ผู้ร้องมาร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องมีสิทธิรับมรดกนั้น เป็นความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่อำเภอเองและที่ผู้ร้องฎีกาว่า ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ผู้ร้องยื่นคำร้องฝ่ายเดียวแล้ว ผลเสียหายจะเกิดขึ้นกับผู้ร้อง เพราะไม่มีหลักฐานอย่างใดแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกรายนี้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นความเข้าใจผิดของผู้ร้องเอง เพราะทรัพย์มรดกตามคำร้องนั้นเมื่อบิดาของผู้ร้องวายชนม์ ก็ตกเป็นของผู้ร้องตามกฎหมายอยู่แล้วถ้าผู้ใดมาขัดขวาง ผู้ร้องก็ย่อมใช้สิทธิฟ้องร้องได้ตามกฎหมายหาเป็นผลเสียหายแต่ประการใดไม่ ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาผู้ร้อง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2511 เด็กหญิงสุทัศน์ ชาติวงษ์ ที่ 1 เด็กหญิงสิงห์ทอง ชาติวงษ์ ที่ 2 เด็กหญิงทักษิณ ชาติวงษ์ ที่ 3 เด็กชายเทเวศน์ ชาติวงษ์ ที่ 4 โดยนางเสถียร หรือรัตน์ ชาติวงษ์ มารดาผู้ แทนโดยชอบธรรม ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความเด็กหญิงทักษิณ - เด็กหญิงสุทัศน์ ชาติวงษ์ ที่ 1 เด็กหญิงสิงห์ทอง ชาติวงษ์ ที่ 2 · 3 - ชาติวงษ์ ที่ · มารดาผู้ - เด็กชายเทเวศน์ ชาติวงษ์ ที่ 4 โดยนางเสถียร หรือรัตน์ ชาติวงษ์ · ผู้ร้อง - แทนโดยชอบธรรม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวฑูร เทพพิทักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา