คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกา ต้องเสียค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนจำเลย
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายแทนจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้โจทก์เสียค่าทนายในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีการวมสามพันบาทแทนจำเลย ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าวแล้ว แปลไม่ได้ว่า.ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมชั้นศาลฎีกาแทนจำเลยด้วย แม้โจทก์จะเป็นฝ่ายแพ้คดี
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 28/2511)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินซึ่งอ้างว่าฝากพร้อมด้วยดอกเบี้ยจากจำเลยจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับฝาก
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมและค่าทนาย ๘๐๐ บาท แทนจำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้เงินคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ยกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายรวม ๒ ศาล ๑,๒๐๐ บาทแทนโจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้โจทก์เสียค่าทนายในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีการวม ๓,๐๐๐ บาทแทนจำเลยด้วย
จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ออกคำบังคับโจทก์ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นศาลฎีกาซึ่งจำเลยเสียไป ๕,๕๗๗.๕๐ บาท กับค่าทนายความที่ศาลฎีกาสั่ง ๓,๐๐๐ บาทมาวางศาล
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำขอว่า คดีนี้ศาลฎีกามิได้พิพากษาให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมชั้นศาลฎีกา จึงยังไม่ออกคำบังคับให้ เพราะจำเลยขอมาไม่ตรง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้ออกคำบังคับให้จำเลยตามขอ
โจทก์ฎีกา
ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่พิพากษาคดีนี้มีว่า "จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้โจทก์เสียค่าทนายในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีการวมสามพันบาทแทนจำเลยด้วย" มีปัญหาว่า ตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวแปลได้หรือไม่ว่า โจทก์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนจำเลยด้วยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกามิได้พิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาแทนจำเลย คงพิพากษาให้โจทก์เสียค่าทนายในชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีการวมสามพันบาทแทนจำเลยเท่านั้นถ้าศาลฎีกาจะให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนจำเลย ก็จะต้องกล่าวไว้ในคำพิพากษาโดยชัดแจ้ง และที่ศาลฎีกาพิพากษาว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าธรรมเนียมแทนจำเลย ก็ไม่หมายความว่าโจทก์จะต้องใช้ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนจำเลยด้วย เพราะค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกาไม่ใช่ค่าธรรมเนียมของศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดใช้ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนจำเลย จำเลยจะขอให้ออกคำบังคับโจทก์ให้ใช้ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนจำเลยมิได้
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2511
นางนุ้ย จันทรทิพย์ โจทก์
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางนุ้ย จันทรทิพย์ · จำเลย - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชิต บุณยประภัศร · จินตา บุณยอาคม · แสวง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายประภาศน์ อวยชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา