⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2006/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2006/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจร ซึ่งเป็นความผิดอันเดียวกับที่จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษไปแล้วโดยเด็ดขาด ย่อมเป็นการฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คนร้ายลักทรัพย์สองเจ้าของ และจำเลยได้รับทรัพย์ที่ถูกลักทั้งสองเจ้าของนั้นไว้ โดยโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยได้รับทรัพย์ของกลางนั้นไว้ต่างคราวต่างวาระกันได้ จึงต้องฟังว่าจำเลยได้รับทรัพย์ของกลางทั้งสองรายนั้นไว้ในคราวเดียวกัน ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานรับของโจรกรรมเดียว แต่โจทก์ได้แยกฟ้องจำเลยเป็นสองคดี คดีแรกจำเลยได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดฐานรับของโจรเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีหลังอีก เพราะความผิดของจำเลยเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป และเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยทรัพย์ของผู้เสียหายเป็นของกลาง ทั้งนี้โดยจำเลยร่วมกันลักทรัพย์หรือมิฉะนั้นจำเลยบังอาจรับเอาทรัพย์ของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๑)(๓)(๔)(๗)(๘),๓๕๗ และนับโทษจำเลยต่อจากคดีแดงที่ ๑๘๔๔/๒๕๐๙ จำเลยที่ ๑ รับสารภาพฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ ๒ รับสารภาพฐานรับของโจร จำเลยที่ ๓ ให้การปฏิเสธ จำเลยทั้งสามรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาเลขแดงที่ ๑๘๔๔/๒๕๐๙ ของศาลอาญา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานลักทรัพย์จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฐานรับของโจร และให้นับโทษจำเลยทั้งสามต่อตามขอ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นลงโทษซ้ำไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์เห็นว่าปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยที่ ๓ มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ และฟังว่าทรัพย์ของกลางทั้งสองคดี จำเลยที่ ๓ ได้รับจากคนร้ายคราวเดียวกันจำเลยที่ ๓ ได้ถูกฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษฐานรับของโจรตามสำนวนคดีแดงที่ ๑๘๔๔/๒๕๐๙ เสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องสำหรับความผิดนั้นเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๔) ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๓ และเนื่องจากเป็นเหตุในลักษณะคดี จึงให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ ด้วย โจทก์ฎีกาว่าจำเลยร่วมกันรับทรัพย์ของกลางไว้ต่างกรรมต่างวาระกันจากคนร้ายในคดีแดงที่ ๑๘๔๔/๒๕๐๙ ขอให้ลงโทษ ศาลฎีกาเห็นว่า ของกลางทั้งสองคดีดังกล่าวเจ้าพนักงานจับได้พร้อมกับจำเลยทั้งสามในคราวเดียวกัน วันเวลาและสถานที่เดียวกันและโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ ได้รับทรัพย์ของกลางทั้งสองคดีไว้ต่างคราวต่างวาระกันแม้ในฎีกาของโจทก์ก็อ้างว่าจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ อาจได้รับทรัพย์ดังกล่าวไว้คนละคราวเท่านั้น หาได้ยืนยันไม่ คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ได้รับทรัพย์ของกลางทั้งสองคดีไว้ในคราวเดียวกันซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานรับของโจรกรรมเดียว แต่โจทก์ได้แยกฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นสองคดี เมื่อจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ ได้ถูกโจทก์ฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษในความผิดฐานรับของโจรเสร็จเด็ดขาดไปตามคดีแดงที่ ๑๘๔๔/๒๕๐๙ แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิจะนำคดีมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ ในความผิดฐานรับของโจรเป็นคดีนี้อีก เพราะเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกับคดีแดงที่ ๑๘๔๔/๒๕๐๙ และสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ สำหรับความผิดนั้นเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) แล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2006/2511 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอักบราคาน หรือสมคิด หรือวีระ สร้อยเทวัน ที่ 1 นายเบิ้ม หรือสม หรือพายับ วงศ์เจริญ ที่ 2 นายปรีชา หรือสุรพงศ์ แซ่เบ๊ หรือแซ่ถั่ว ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · หรือพายับ - นายอักบราคาน หรือสมคิด หรือวีระ สร้อยเทวัน ที่ 1 นายเบิ้ม หรือสม · จำเลย - วงศ์เจริญ ที่ 2 นายปรีชา หรือสุรพงศ์ แซ่เบ๊ หรือแซ่ถั่ว ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี · โชค จารุจินดา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเดช วุฒิสิงห์ชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายเพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2200/2548ฎีกา 769/2532ฎีกา 2891/2565ฎีกา 4752/2545ฎีกา 728/2519ฎีกา 3038/2531ฎีกา 4577/2543ฎีกา 2498/2528ฎีกา 4537/2531ฎีกา 5445/2554ฎีกา 184/2542ฎีกา 4182/2530ฎีกา 1161-1163/2487ฎีกา 2683/2522ฎีกา 3905/2533ฎีกา 5137/2550ฎีกา 999/2499ฎีกา 77/2490ฎีกา 787/2532ฎีกา 7246/2543ฎีกา 4418/2548ฎีกา 958/2518ฎีกา 1182/2494ฎีกา 1808/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา