⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 202/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานจำเลย และจำเลยได้แถลงยอมรับให้งดสืบพยานจำเลยที่เหลือ ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาคดีไปได้เลยโดยไม่ต้องย้อนสำนวน แต่หากศาลอุทธรณ์เห็นสมควรสืบพยานจำเลยเพิ่มเติม ก็ชอบที่จะเรียกพยานมาสืบเองหรือส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยเพิ่มเติมได้

ย่อคำพิพากษา

วันนัดสืบพยานจำเลย ตัวจำเลยมาศาล แต่พยานอื่นไม่มา จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อน จำเลยจึงอ้างตนเองเข้าสืบได้ 1 ปากแล้วยอมให้ศาลตัดพยานจำเลยไปตามที่จำเลยเคยแถลงไว้ แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย และจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องโจทก์หรือขอให้โอกาสจำเลยสืบพยานได้อีก ดังนี้ เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาคดีไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น หากศาลอุทธรณ์เห็นควรฟังคำพยานจำเลยต่อไปอีก ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะเรียกพยานมาสืบเอง หรือส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยเพิ่มเติม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจว่าใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙, ๑๕๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔, ๕, ๑๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์หมดแล้ว ทำการสืบพยานจำเลยคือตัวจำเลยอ้างตนเองเข้าเบิกความ แล้วจำเลยยอมให้ศาลตัดพยานจำเลย ศาลชั้นต้นตัดพยานจำเลยและพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ฯลฯ จำเลยอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์หรือให้โอกาสจำเลยสืบพยานจำเลยได้อีก ศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรให้โอกาสจำเลยนำพยานเข้าสืบ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานจำเลยจนเสร็จสิ้นแล้วพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นจึงนัดสืบพยานจำเลย ก่อนถึงวันนัดจำเลยยื่นคำให้การใหม่ขอถอน คำให้การปฏิเสธฟ้องเดิม และขอรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษาลงโทษจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาของโจทก์ที่คัดค้านการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นอันยุติ ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะจำเลยยื่นคำให้การใหม่ ไม่ขอต่อสู้คดี เท่ากับว่าไม่ต้องสืบพยานแล้วและศาลฎีกาได้พิเคราะห์รายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ว่า "วันนี้มีแต่ตัวจำเลยที่มาศาล ส่วนพยานอื่นนอกจากนี้ไม่มาศาลและจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนเพราะจำเลยแถลงไว้ว่าจะไม่ขอเลื่อนอีก และถ้าพยานจำเลยไม่มาศาลด้วยเหตุใด ๆ ก็ยอมให้ศาลตัดพยานจำเลยได้ (รายงานพิจารณาลงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๙) แล้วจำเลยอ้างตนเองเข้าสืบได้ ๑ ปาก แล้วจำเลยยอมให้ศาลตัดพยานจำเลยไปตามที่จำเลยแถลงไว้" เช่นนี้ เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ย่อมพิพากษาคดีไปได้เลย ไม่จำเป็นต้องยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น หากว่าศาลอุทธรณ์ยังเห็นควรฟังคำพยานจำเลยต่อไปอีก ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะเรียกพยานมาสืบเสียเองได้หรือจะส่งสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกระทำการสืบพยานจำเลยเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๐๘ เสร็จแล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อตัดสินคดีก็ได้ แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปแล้ว จึงยังไม่ถูกต้อง ครั้นกระบวนพิจารณาดำเนินมาถึงขั้นนี้ ปรากฏว่าจำเลยไม่ต้องการสืบพยาน ขอรับสารภาพ ขอให้ศาลตัดสินคดีไปโดยเร็ว จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์จะได้พิจารณาพิพากษาคดีให้ถูกต้องตามรูปคดี พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ส่งสำนวนย้อนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2511 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ สิบตำรวจโทแสวง ศิริมงคล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - สิบตำรวจโทแสวง ศิริมงคล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ใหญ่ ศาลยาชีวิน · จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายแผลง สระวาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 273/2501ฎีกา 345/2520ฎีกา 845/2543ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2665/2515ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3350/2538ฎีกา 913/2538ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1088/2533ฎีกา 2520/2544ฎีกา 369/2501ฎีกา 1660/2518ฎีกา 70/2518ฎีกา 1234/2508ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1748/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา