⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 293-294/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293-294/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกหนี้ยอมรับถึงความเป็นหนี้อยู่ แม้จะมีข้อโต้เถียงกันในเรื่องจำนวนเงินที่คิดไม่ตรงกัน ก็ถือเป็นการรับสภาพหนี้ โดยไม่จำต้องรับให้ตรงถึงจำนวนบาทสตางค์ด้วย การรับสภาพหนี้มีผลเพียงทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แล้วเริ่มนับใหม่ต่อไปตามสิทธิเรียกร้องเดิม

ย่อคำพิพากษา

เอกสารมีว่า "ฯลฯ เพราะฉะนั้น เพื่อความสะดวกและถูกต้องในการชำระต้นเงินและดอกเบี้ยคืนคุณ ซึ่งบัดนี้ผมได้เตรียมไว้แล้วตามสมควร ผมขอเชิญคุณไปพบเพื่อคิดบัญชีเงินกู้ดังกล่าวให้ทราบจำนวนแน่นอน ในการนี้ขอคุณได้โปรดนำหลักฐานแห่งหนี้ต่าง ๆ คือเช็คที่ผมออกให้ไว้ไปแสดงด้วย เพื่อจะได้ตรวจสอบหลักฐานที่ผมได้ทำไว้ว่าจะตรงกันหรือไม่" และฉบับต่อมามีว่า "ขอให้คุณคิดอัตราดอกเบี้ยเสียใหม่เป็นร้อยละ 2 ตามข้อตกลงเดิมที่แล้วมา ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อผมจะได้จัดการชำระหนี้ของคุณให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด ฯลฯ " ข้อความดังกล่าวนี้แสดงรับความเป็นหนี้และจำเลยยินยอมที่จะชำระหนี้ เมื่อยอมรับถึงความเป็นหนี้อยู่ แม้จะมีข้อโต้เถียงกันในเรื่องจำนวนเงินที่คิดไม่ตรงกัน ก็เป็นการรับสภาพหนี้ เหตุว่าลูกหนี้ยอมรับแล้วว่าเป็นหนี้อยู่จริง ไม่จำต้องรับให้ตรงถึงจำนวนบาทสตางค์ด้วย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2510) การรับสภาพหนี้มีผลเพียงให้อายุความสะดุดหยุดลง แล้วเริ่มนับใหม่ต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 181 โดยถืออายุความตามสิทธิเรียกร้องเดิม ฟ้องโจทก์มิได้ฟ้องในมูลหนี้กู้เงิน เป็นแต่กล่าว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้โดยมิได้กล่าวว่าเป็นหนี้อะไร เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามเช็คแล้ว ก็ไม่ได้ขอให้ชำระหนี้ตามมูลหนี้เงินกู้ คงขอให้ชำระหนี้ตามจำนวนในเช็ค จึงเป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็คอย่างเดียว และต้องนับอายุความตามสิทธิเรียกร้องที่ฟ้องคดี คือสิทธิเรียกร้องตามเช็คนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.181 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1002

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้พิจารณารวมกัน โจทก์บรรยายฟ้องทั้งสองสำนวนทำนองเดียวกันว่า จำเลยเป็นผู้จ่ายเงินตามเช็คหลายฉบับเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวทั้งหมดไปขอขึ้นเงินต่อธนาคาร ธนาคารบอกปัด โดยอ้างว่าจำเลยมีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย โจทก์เตือนให้จำเลยชำระหนี้ จำเลยทำหนังสือขอรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์ แต่ขอให้คิดบัญชีกันใหม่ แต่แล้วจำเลยก็ไม่ชำระขอให้ศาลบังคับ จำเลยสู้ว่า ไม่ใช่เช็คของจำเลย ไม่รับรองลายมือในเช็คว่าเป็นของจำเลย คดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยไม่เคยรับสภาพหนี้ต่อโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องขอวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นของจำเลย และคำแถลงรับของจำเลยแล้วพิพากษาว่า จดหมายจำเลยถึงโจทก์ เชิญไปคิดบัญชีเงินกู้และดอกเบี้ยไม่เป็นการรับสภาพหนี้ เพราะคดีโจทก์ขาดอายุความ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าเอกสารมีว่า "ฯลฯ เพราะฉะนั้น เพื่อความสะดวกและถูกต้องในการชำระต้นเงินและดอกเบี้ยคืนคุณ ซึ่งบัดนี้ผมได้เตรียมไว้แล้วตามสมควร ผมขอเชิญคุณไปพบเพื่อคิดบัญชีเงินกู้ดังกล่าวให้ทราบจำนวนแน่นอน ในการนี้ขอคุณได้โปรดนำหลักฐานแห่งหนี้ต่าง ๆ คือเช็คที่ผมออกให้ไว้ไปแสดงด้วย เพื่อจะได้ตรวจสอบหลักฐานที่ผมได้ทำไว้ว่าจะตรงกันหรือไม่" และฉบับต่อมามีว่า "ขอให้คุณคิดอัตราดอกเบี้ยเสียใหม่เป็นร้อยละ ๒ ตามข้อตกลงเดิมที่แล้วมา ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อผมจะได้จัดการชำระหนี้ของคุณให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด ฯลฯ " ข้อความดังกล่าวนี้แสดงรับความเป็นหนี้และจำเลยยินยอมที่จะชำระหนี้ เมื่อยอมรับถึงความเป็นหนี้อยู่ แม้จะมีข้อโต้เถียงกันในเรื่องจำนวนเงินที่คิดไม่ตรงกันก็เป็นการรับสภาพหนี้ เหตุว่าลูกหนี้ยอมรับแล้วว่าเป็นหนี้อยู่จริง ไม่จำต้องรับให้ตรงถึงจำนวนบาทสตางค์ด้วย การรับสภาพหนี้มีผลเพียงให้อายุความสะดุดหยุดลง แล้วเริ่มนับใหม่ต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๘๑ โดยถืออายุความตามสิทธิเรียกร้องเดิม ฟ้องโจทก์มิได้ฟ้องในมูลหนี้กู้เงินเป็นแต่กล่าวว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้โดยมิได้กล่าวว่าเป็นหนี้อะไร เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามเช็คแล้ว ก็ไม่ได้ขอให้ชำระหนี้ตามมูลหนี้เงินกู้ คงขอให้ชำระหนี้ตามจำนวนในเช็ค จึงเป็นการฟ้องเรียกเงินตามเช็คอย่างเดียว และต้องนับอายุความตามสิทธิเรียกร้องที่ฟ้องคดีคือสิทธิเรียกร้องตามเช็คนั้น พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 293 - 294/2511 นางประภา บุญมั่น โจทก์ นายบุญพา รัตนสุวรรณ ล. นางประภา บุญมั่น โจทก์ นายบุญพา รัตนสุวรรณ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประภา บุญมั่น · ล. - นายบุญพา รัตนสุวรรณ · โจทก์ - นางประภา บุญมั่น · ล. - นายบุญพา รัตนสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · วงษ์ วีระพงศ์ · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3745/2538ฎีกา 4790/2533ฎีกา 6634/2538ฎีกา 9091/2538ฎีกา 5594/2533ฎีกา 5355/2530ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1472/2532ฎีกา 994/2485ฎีกา 2504/2523ฎีกา 6607/2560ฎีกา 873/2508ฎีกา 104/2518ฎีกา 192/2518ฎีกา 450/2493ฎีกา 2493/2553ฎีกา 916/2509ฎีกา 192/2485ฎีกา 456/2539ฎีกา 495/2504ฎีกา 2965/2528ฎีกา 2968/2530ฎีกา 1410/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา