คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ต้องขังไปกระทำการส่วนตัวตามลำพังโดยไม่มีการควบคุม แม้ผู้ต้องขังจะหลบหนีไปในระหว่างนั้น ก็ไม่ถือว่าเป็นการหลบหนีจากการควบคุมตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ ได้รับอนุญาตให้ไปถ่ายอุจจาระที่ป่าไผ่นอกหมู่บ้านตามลำพังโดยไม่มีการควบคุม. ถึงแม้จำเลยจะหนีไปในระหว่างเวลานั้น. จะถือว่าจำเลยหลบหนีการควบคุมไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ในระหว่างที่จำเลยถูกควบคุมตัวในข้อหาฐานกระทำอนาจาร จำเลยได้หลบหนีการควบคุมไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ไปถ่ายอุจจาระ มิใช่ออกไปจากที่ควบคุมโดยพลการ จะถือว่าจำเลยหลบหนีไปจากการควบคุมไม่ได้ เพราะระหว่างนั้นจำเลยไม่ได้ถูกควบคุมอยู่ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ไปถ่ายอุจจาระที่ป่าไผ่นอกหมู่บ้านได้ตามลำพังโดยไม่มีการควบคุม แม้จำเลยจะหนีไปในระหว่างเวลานั้น จะถือว่าจำเลยหลบหนีการควบคุมไม่ได้ พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2511
์ อัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด โจทก์
ย นาย เผด็จศักดิ์ นรนิ ล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ์ อัยการ จังหวัด ร้อยเอ็ด · จำเลย - ย นาย เผด็จศักดิ์ นรนิ ล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · ศริ มลิลา · สุธี โรจนธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา