คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2505
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับกุมผู้ต้องหาที่ได้กระทำความผิดมาแล้วและมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะหลบหนี สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ และการแจ้งข้อหาพร้อมควบคุมตัวถือเป็นการจับกุมตามกฎหมายแล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องหาเรื่องทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานจนได้มีคำสั่งจับของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ครั้นเจ้าพนักงานพบจำเลยขี่รถจักรยานจึงได้จับจำเลย เช่นนี้ แม้จะไม่มีหมายจับ ก็ย่อมจับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 (3) คือ จับโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดมาแล้วและจะหลบหนี
นายร้อยตำรวจตรีผู้จับได้เข้าจับรถจักรยานที่จำเลยขี่อยู่ไว้แล้ว แจ้งข้อหาให้ทราบ และว่าจำเลยอยู่ในระหว่างควบคุมตัวแล้ว ขอให้ไปที่สถานีตำรวจ ดังนี้ ถือได้ว่าเป็นการจับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหลบหนีการควบคุมของเจ้าพนักงาน เหตุเกิดที่ตำบลวังกระโจม อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๙๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๙๐ ลงโทษจำคุก ๓ เดือน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าตามข้อเท็จจริงเจ้าพนักงานยังไม่มีอำนาจและยังไม่ได้ทำการจับกุมจำเลย แม้จำเลยจะหลบหนีไปก็ไม่ควรมีความผิด
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๐๓ จำเลยกับพวกได้ทำร้ายนายสิบตำรวจตรีวุทธิศาล พลตำรวจสุนทร และพลตำรวจสมบัติมีบาดเจ็บเนื่องจากเจ้าพนักงานเหล่านั้นไปจับสุราผิดกฎหมายจากนายสว่างญาติของจำเลย จึงได้รายงานให้นายอำเภอและผู้บังคับกองตำรวจภูธรท้องที่ทราบ ต่อมาวันที่ ๑๙ เดือนเดียวกัน นายสิบตำรวจตรีวุทธิศาลพบจำเลยขี่รถจักรยานไปทางสะพานดอนคอกและพบนายร้อยตำรวจตรีวีระขี่รถจักรยานมา นายสิบตำรวจตรีวุทธิศาลจึงบอกให้นายร้อยตำรวจตรีวีระทำการจับกุมจำเลยเพราะต้องหาว่าต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายเจ้าพนักงาน นายร้อยตำรวจตรีวีระทำการจับกุมจำลเยเพราะต้องหาว่าต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายเจ้าพนักงาน นายร้อยตำรวจตรีวีระซึ่งได้เห็นคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดให้จับจำเลยในข้อหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานมาก่อนแล้ว จึงได้ตามไปจนทันแล้วจับรถจักรยานจำเลยไว้และแจ้งข้อหาให้จำเลยทราบว่าต้องหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และว่าจำเลยอยู่ในระหว่างควบคุมตัวแล้ว ให้ไปที่สถานีตำรวจแล้วควบคุมตัวจำเลยไป พอถึงคอสะพานจำเลยก็จูงรถวิ่งลงสะพานแล้วขึ้นรถขี่ไปทางเกาะโพธิ์ เจ้าพนักงานจึงขี่รถตามไป พอจวนถึงสะพานเกาะโพธิ์นายสิบตำรวจตรีเสถียรซึ่งยืนอยู่ที่เชิงสะพานนั้นก็จับจำเลยไว้ได้ตามที่นายร้อยตำรวจตรีวีระขอให้ช่วย แล้วนำตัวส่งสถานีตำรวจ
ในปัญหาว่านายร้อยตำรวจตรีวีระมีอำนาจจับกุมจำเลยได้หรือไม่นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยต้องหาเรื่องทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จนได้มีคำสั่งจับของผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ครั้นเจ้าพนักงานพบจำเลยขี่รถจักรยานจึงได้จับจำเลยเช่นนี้ แม้จะไม่มีหมายจับก็ย่อมจับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ (๓) กล่าวคือ จับโดยมีเหตุอันควรสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดมาแล้วและจะหลบหนี
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ได้ถูกจับกุมควบคุมตัวตามกฎหมายนั้น เห็นว่า การที่นายร้อยตำรวจตรีวีระได้เข้าจับรถจักรยานที่จำเลยขี่อยู่ไว้ แล้วแจ้งข้อหาให้ทราบและว่าจำเลยอยู่ในระหว่างควบคุมตัวแล้วขอให้ไปที่สถานีตำรวจนั้น ถือได้ว่าเป็นการจับจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๓ ดังจะเห็นได้ว่า ความตามมาตรานี้บัญญัติว่า ในการจับนั้นเจ้าพนักงานซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป อันหมายความว่าการจับนั้นอาจใช้วิธีละม่อม เชิญตัวให้ไปด้วยกันก็ได้ แต่ถ้าไม่น่าไว้ใจก็อาจใช้กำลังจับตัวนำไปก็ได้เหมือนกัน มิใช่ว่าจะต้องจับตัวกันจริง ๆ ทุกกรณีไป จึงจะเป็นการจับตามกฎหมาย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2505
อัยการจังหวัดนครนายก โจทก์
นายสวง ทองไสว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครนายก · จำเลย - นายสวง ทองไสว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · เจน เวชศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุนทร วรรณแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายละออง จุลกะเศียน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา