⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 320/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2503

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเอาเครื่องมือปลอมเงินตราและเหรียญปลอมไปซุกใส่บ้านผู้เสียหาย แล้วจำเลยติดต่อให้ตำรวจมาจับ ตำรวจมาค้นได้ของกลาง และจับผู้เสียหายขัง 4 วัน จึงได้ประกันตัวเช่นนี้ การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานทำให้เลื่อมเสียอิสรภาพตาม มาตรา 270 เพราะการที่ผู้เสียหายถูกจับตัวไปกักขังนั้น เป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของตำรวจที่จะพิจารณาเห็นสมควรจับกุมตามควรแก่กรณี หาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายแต่ประการใดไม่ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.270 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเครื่องมือปลอมเงินตรา มีเงินตราปลอมไว้จำหน่าย แกล้งใส่เท็จทำพยาน และทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ในข้อหาฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพนั้น โจทก์กล่าวว่า จำเลยนำเครื่องมือและวัตถุในการทำเงินตราปลอมไปซุกใส่ไว้ในบ้านนายมูซอ วังซัง แล้วติดต่อให้ตำรวจมาจับ ตำรวจมาค้นของกลางได้และจับนายมูซอ วังซังไปควบคุมตัว ๔ วัน จึงได้ประกันตัวไป ทำให้มูซอ วังซัง ปราศจากความเป็นอิสระแก่ตน ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยมีเครื่องมือปลอมเงินตราไว้โดยเจตนาปลอมเงินตราและจำหน่ายเงินตราปลอม ใส่เท็จคำพยานโดยเอาเครื่องมือวัตถุปลอมเงินตราไปซุกใส่บ้านนายมูซอ วังซัง เพื่อให้นายมูซอ ถูกกักขังอยู่ ๔ วัน เป็นการเสื่อมเสียอิสรภาพ ต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๐๓, ๒๐๕, ๑๕๙, ๒๗๐ แก้ไข พ.ศ. ๒๔๗๕ มาตรา๖, ๘ และแก้ไข พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๓) มาตรา ๔ รวมกะทงลงโทษจำคุก ๑๒ ปี จำเลยรับชั้นสอบสวนลด ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๘ ปี ของกลางนอกจากตามบัญชีท้ายฟ้องหมายเลข ๘ ริบ ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลทั้งสอง แต่ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยกระทำผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๗๐ ด้วยนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่ผู้เสียหายถูกจับตัวไปกักขังนั้นเป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจของตำรวจที่จะพิจารณาเห็นสมควรจับกุมตามควรแก่กรณี หาใช่เป็นเรื่องที่จำเลยหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายแต่ประการใดไม่ จำเลยจึงไม่ควรได้รับโทษฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพตาม มาตรา ๒๗๐ ดังที่ศาลทั้งสองวินิจฉัย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ ให้ยกข้อหาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๗๐ นั้นเสีย นอกนี้คงยืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 320/2503 อัยการจังหวัดนครนายก โจทก์ นายมูซอหรือชลอ มัสแล๊ะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครนายก · จำเลย - นายมูซอหรือชลอ มัสแล๊ะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ศุภอรรถ · ไชยเจริญ สันติศิริ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายสุธี ชอบธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายใจ นาคเสวี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 222/2554ฎีกา 699/2502ฎีกา 230/2486ฎีกา 2745/2524ฎีกา 845/2487ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 644/2464ฎีกา 51/2517ฎีกา 8764/2554ฎีกา 7854/2549ฎีกา 312/2558ฎีกา 1328/2544ฎีกา 1974/2539ฎีกา 743/2492ฎีกา 1817/2552ฎีกา 738/2491ฎีกา 8917/2546ฎีกา 218/2483ฎีกา 1041/2506ฎีกา 891/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา