⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1404/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2505

ป.อาญา ม.22, 190

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับโทษจำคุกต่อจากคดีเดิม จะให้หักวันต้องขังระหว่างพิจารณาคดีใหม่ ออกจากระยะเวลาจำคุกในคดีใหม่ไม่ได้ เพราะเป็นการหักวันต้องขังซ้อนกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยหลบหนีการคุมขังตามคำพิพากษาคดีเดิมและถูกจับมาฟ้องฐานหลบหนีการควบคุมเป็นคดีใหม่ การที่ศาลให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีเดิมนั้น จะให้หักวันต้องขังระหว่างคดีออกจากระยะเวลาจำคุกไม่ได้ เพราะเป็นการหักวันต้องขังซ้อนกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.190

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.190 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ มูลคดีสืบเนื่องมาจากจำเลยต้องโทษจำคุกฐานรับของโจรมีกำหนด ๔ เดือน นับแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ ครั้นวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ จำเลยหลบหนีการคุมขังและถูกจับตัวในวันรุ่งขึ้น จึงได้ถูกนำตัวมาฟ้องคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย ๔ เดือน โดยให้นับโทษต่อจากคดีอาญาแดงที่ ๓๖๘/๒๕๐๔ แต่จำเลยต้องขังมาแล้ว ๕๑ วัน ให้หักออกเสีย โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้แก้หมายจำคุกใหม่ โดยไม่หักวันต้องขัง ๕๑ วัน ให้จำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามหมายจำคุก ๔ เดือน นับแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ หากจำเลยต้องโทษจำคุกตลอดมาก็จะครบกำหนดโทษวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ แต่จำเลยหลบหนีไปก่อนครบกำหนดโทษเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ และถูกจับในวันรุ่งขึ้น ฉะนั้น โทษจำคุกคดีเดิมจึงต้องเลื่อนวันครบกำหนดโทษไปอีก ๑ วัน ซึ่งถ้าหากจำเลยไม่ต้องคำพิพากษาในคดีนี้แล้ว จำเลยก็จะได้รับการปลดปล่อยในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ฉะนั้น โทษจำคุกตามคำพิพากษาในคดีนี้แล้ว จำเลยก็จะได้รับการปลดปล่อยในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ฉะนั้น โทษจำคุกตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีนี้ซึ่งได้นับโทษต่อจากวันพ้นโทษในคดีเดิมจึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ เป็นต้นมา จำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุกในคดีนี้ ๔ เดือน จึงครบกำหนดในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๐๕ แต่ถ้าหากถือตามหมายจำคุกของศาลชั้นต้นที่ให้หักวันต้องขังให้จำเลย ๕๑ วัน และให้นับโทษต่อจากวันพ้นโทษในคดีเดิมด้วยแล้ว แทนที่จำเลยจะต้องจำคุก ๔ เดือนหรือ ๑๒๐ วันตามคำพิพากษา เมื่อหักเสีย ๕๑ วันแล้ว จำเลยคงต้องจำคุกเพียง ๖๙ วัน เท่านั้น และวันครบกำหนดโทษจำคุกของจำเลยจะร่นเข้ามาเป็นวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ แทนที่จะเป็นวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๐๔ ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นออกหมายจำคุกให้นับโทษต่อจากวันพ้นโทษในคดีเดิม และให้หักวันต้องขัง ๕๑ วันให้ด้วยนั้น จึงยังไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการหักวันต้องขังให้ซ้อนกัน ถ้าหากศาลชั้นต้นจะหักวันต้องขัง ๕๑ วัน ซึ่งคิดถึงวันที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ก็ควรจะต้องเริ่มนับโทษจำคุกตั้งแต่วันศาลชั้นต้นพิพากษา ไม่ใช่นับจากวันพ้นโทษในคดีเดิม พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นแก้หมายจำคุกจำเลยเสียใหม่ โดยไม่หักวันต้องขัง ๕๑ วันให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2505 อัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายคำนงค์ คำแหยม หรือนางแหยม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายคำนงค์ คำแหยม หรือนางแหยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ประมูล สุวรรณศร · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายฉาย อยู่ยืนยง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5387/2547ฎีกา 7238/2553ฎีกา 293/2507ฎีกา 709/2491ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 239/2484ฎีกา 2590/2524ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1408/2516ฎีกา 2229/2517ฎีกา 1398/2530ฎีกา 4527/2530ฎีกา 3608/2535ฎีกา 795/2525ฎีกา 687/2536ฎีกา 363/2503ฎีกา 1931/2534ฎีกา 726/2513ฎีกา 6968/2541ฎีกา 72/2469ฎีกา 4953/2559ฎีกา 7005/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา