⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 415/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2511

ย่อคำพิพากษา

นาพิพาทเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน เดิมเป็นของโจทก์ ต่อมาจำเลยชนะคดีบิดาโจทก์ได้นำยึดที่พิพาท ในการบังคับคดีและจำเลยซื้อที่พิพาทได้จากการขายทอดตลาด แล้วจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ ก่อนโจทก์ฟ้องประมาณ 3 ปี ดังนี้โจทก์ฟ้องเอาคืนการครอบครองที่พิพาทไม่ได้ เพราะเกินกำหนด 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 แม้โจทก์จะเป็นผู้เยาว์และได้ฟ้องคดีนี้ภายใน 1 ปี นับแต่โจทก์บรรลุนิติภาวะก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มีผู้แทนโดยชอบธรรมอยู่ตลอดเวลา จึงยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 183 เป็นประโยชน์แก่โจทก์ไม่ได้ จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยซื้อนาที่พิพาทแล้วเข้าครอบครองทำนามา 3 ปี โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องเพราะละทิ้งสละสิทธิครอบครองเกิน 1 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความข้อต่อสู้เช่นนี้เป็นข้อต่อสู้เรื่องกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองโดยตรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.163 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างที่โจทก์ยังเป็นผู้เยาว์ โจทก์เป็นเจ้าของที่แปลงพิพาทได้ให้นายหลุนบิดาดูแลแทน นายหลุนแพ้คดี จำเลยได้ยึดที่พิพาทไปขายทอดตลาดชำระหนี้ โดยรู้ว่าเป็นที่ของโจทก์ จึงขอให้ศาลยกเลิกคำสั่งที่ให้ขายทอดตลาดถอนชื่อจำเลยใส่ชื่อโจทก์แทน จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของนายหลุน จำเลยได้ซื้อและครอบครองทำประโยชน์มา ๓ ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยซื้อนาแล้วเข้าครอบครองทำนามา ๓ ปี โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องเพราะละทิ้งสละสิทธิครอบครองเกิน ๑ ปี คดีโจทก์ขาดอายุความข้อต่อสู้เช่นนี้เป็นข้อต่อสู้ในเรื่องกำหนดเวลาฟ้องเรียกคืนการครอบครองโดยตรง ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้เรื่องาอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ จึงตกไป ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีภายใน ๑ ปี นับแต่โจทก์บรรลุนิติภาวะ คดีจึงไม่ขาดอายุความนั้นฟังไม่ขึ้นเพราะเมื่อคดีขาดอายุความแล้วโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องคดีอยู่เองโจทก์มีผู้แทนโดยชอบธรรมอยู่ตลอดเวลา โจทก์จึงอ้างอัตรา ๑๘๓ เป็นประโยชน์แก่โจทก์ไม่ได้ ไม่มีกฎหมายอื่นใดคุ้มครองให้โจทก์ฟ้องคดีที่ขาดอายุความแล้วได้ เมื่อโจทก์ฟ้องเอาคืนการครอบครองที่พิพาทไม่ได้เพราะเกินกำหนดเวลา ๑ ปี ตามมาตรา ๑๓๗๕ แล้ว ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า การยึดและขายที่นาเป็นไปโดยไม่ชอบ หรือจำเลยไม่สุจริตในการซื้อขายทอดตลาดจากศาล ก็ไม่เป็นเหตุที่โจทก์จะอ้างขึ้นเพื่อเรียกนาคืนไปจากจำเลยได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2511 นายสำเริง ศรีสวัสดิ์ โจทก์ นายแกว มลิวัลย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำเริง ศรีสวัสดิ์ · ล. - นายแกว มลิวัลย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · ประสม เภกะสุต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายผสม จิตรชุ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 2228/2531ฎีกา 1131/2502ฎีกา 1453/2542ฎีกา 916/2509ฎีกา 156/2513ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา