⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 458/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2511

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาสำหรับบุตรด้วยจำนวนหนึ่ง จำเลยให้การต่อสู้ฟ้องข้อนี้ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ขาดอุปการะเลี้ยงดู โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยชดใช้ เป็นข้ออ้างข้อเถียงอันเกิดจากคำฟ้องและคำให้การเป็นประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ได้หรือไม่ ฟ้องโจทก์บรรยายว่า ผู้ตายซึ่งเป็นบิดามีบุตรกับโจทก์ 4 คน พร้อมทั้งระบุชื่อและอายุของบุตรทุกคน บุตรเหล่านี้อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้ตายขณะยังมีชีวิต เมื่อผู้ตายตาย บุตรเหล่านี้ขาดที่พึ่งและผู้อุปการะเลี้ยงดู จึงขอเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูของบุตรเหล่านี้ ดังนี้ มีความหมายพอเข้าใจได้ว่าบุตรเหล่านี้ขอเรียกค่าเสียหายตามสิทธิของตนนั่นเอง แต่เพราะเหตุที่บุตรเหล่านี้มีอายุอย่างสูงเพียง 6 ปี ฟ้องด้วยตนเองไม่ได้ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาจึงฟ้องแทนตามฟ้อง ถือได้ว่าโจทก์ฟ้องในนามของบุตรโดยปริยาย มารดาไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรจากผู้ทำละเมิดต่อบิดาของบุตรในนามของมารดา เพราะค่าเสียหายส่วนนี้เป็นค่าเสียหายของบุตรที่ขาดการอุปการะเลี้ยงดู

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.506

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถของจำเลยที่ ๒ ในทางการที่จ้างเพื่อรับส่งคนโดยสารด้วยความประมาทชนรถสามีโจทก์ ทำให้สามีโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า เหตุที่รถชนกันไม่ใช่ความประมาทของจำเลยที่ ๑ โจทก์ไม่ใช่ภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าเสียหายบางรายการไม่มีกฎหมายให้เรียกร้อง บางรายการไม่มีสิทธิเรียก บางรายการเกินกว่าเหตุ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ชนสามีโจทก์ตาย จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิด ค่าเสียหายที่ทรมานจิตใจ ค่าเสียชีวิตเรียกไม่ได้นอกนั้นเรียกได้ทุกรายการ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย ค่าอุปการะเลี้ยงดูของบุตร พิพากษาแก้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจเรียกค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูบุตรจากจำเลยโดยตนเอง โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่ได้ให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูแทนบุตร โจทก์เป็นมารดามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรในนามของตนเองได้ และถือได้ว่าเป็นฟ้องในนามของบุตรโดยปริยาย ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ได้เรียกค่าสินไหมทดแทน อันเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาสำหรับบุตรด้วยจำนวนหนึ่งเป็นเงิน ๙๖,๐๐๐ บาท จำเลยให้การต่อสู้ฟ้องข้อนี้ว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ขาดอุปการะเลี้ยงดู โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยชดใช้ซึ่งเป็นข้ออ้างข้อเถียงอันเกิดจากคำฟ้องและคำให้การว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายส่วนนี้ได้หรือไม่ จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทในคดีที่ศาลจะวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ได้ ที่โจทก์อ้าว่าจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะตามคำให้การข้อ ๕ (ค) จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีโจทก์สำหรับฟ้องข้อนี้ไว้ชัดแจ้งแล้ว อย่างไรก็ตามปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ต่อสู้ เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ (๕) ที่ว่า โจทก์ซึ่งเป็นมารดามีสิทธิฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรจากผู้ทำละเมิดต่อบิดาของบุตรในนามของตนเองได้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ คือฟ้องในนามของตนเองไม่ได้ เพราะค่าเสียหายส่วนนี้เป็นค่าเสียหายของบุตรที่ขาดการอุปการะเลี้ยงดู ตัวโจทก์ไม่ใช่ผู้ขาดการอุปการะเลี้ยงดูเอง โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า ผู้ตายมีบุตรกับโจทก์ ๔ คน พร้อมทั้งระบุชื่อและอายุของบุตรทุกคน บุตรเหล่านี้อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้ตายซึ่งเป็นบิดาเมื่อยังมีชีวิต ครั้นบิดาตายแล้วบุตรทั้ง ๔ ก็ขาดที่พึ่งและผู้อุปการะเลี้ยงดูต่อไป จึงขอเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูของบุตรทั้ง ๔ นั้น ซึ่งมีความหมายพอเป็นที่เข้าใจได้ว่า บุตรเหล่านั้นขอเรียกค่าเสียหายตามสิทธิของตนนั่นเอง แต่เพราะเหตุที่บุตรทั้ง ๔ มีอายุอย่างสูงเพียง ๖ ปี ยังฟ้องเองไม่ได้ โจทก์ซึ่งเป็นมารดาจึงฟ้องแทน ตามฟ้องจึงถือได้ว่า โจทก์ฟ้องในนามของบุตรโดยปริยาย พิพากษาแก้เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2511 นางมณีรัตน์ หรือขาเตียง บุษราคัมวดี หรือแซ่เตีย โจทก์ นายนิทัศน์ สุขโกมล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางมณีรัตน์ หรือขาเตียง บุษราคัมวดี หรือแซ่เตีย · ล. - นายนิทัศน์ สุขโกมล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · แถม สิริสาลี · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยิ้ม บูรณารมย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1765/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531ฎีกา 960/2485ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา