คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 632/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของคนร้ายนอกเหนือจากที่ได้ตกลงกันไว้และจำเลยไม่รู้เห็น ย่อมไม่ถือเป็นความผิดของจำเลย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 1 คนสมคบกันไปลักทรัพย์จำเลยทั้งสองรออยู่ที่ประตูรั้วอีกคนหนึ่งเข้าไปเอาทรัพย์ข้างใน และได้ใช้ปืนยิงต่อสู้เจ้าทรัพย์อันเป็นการกระทำของคนร้ายคนนี้เอง ซึ่งอยู่นอกความมุ่งหมายหรือเจตนาของจำเลย และข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองได้รู้เห็นว่าพรรคพวกคนที่ใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์นั้นได้พกปืนไปด้วย จำเลยทั้งสองจึงไม่ผิดฐานเป็นตัวการในข้อหาพยายามปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ คงผิดฐานพยายามลักทรัพย์เท่านั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาพยายามปล้นทรัพย์และฆ่าเจ้าทรัพย์ โดยร่วมมือกับนายแป๋วซึ่งถูกเจ้าทรัพย์ยิงตายในที่เกิดเหตุ ปล้นกระบือของนายหยี่เจ้าทรัพย์ และใช้อาวุธปืนยิงเจ้าทรัพย์โดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผล โดยกระสุนปืนไม่ถูกเจ้าทรัพย์ และพาทรัพย์ดังกล่าวไปไม่สำเร็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๓๔๐, ๘๓, ๘๐
ชั้นแรกจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ขอให้การใหม่ว่าได้ร่วมไปลักกระบือผู้เสียหายจริง โดยทั้งสองรออยู่ข้างนอกบ้านผู้เสียหาย แต่ปฏิเสธว่าไม่มีเจตนาปล้นและฆ่าเจ้าทรัพย์
ศาลชั้นต้นฟังว่านายแป๋วเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายขณะเกิดเหตุ แต่เป็นการกระทำของนายแป๋วเองโดยลำพัง จำเลยทั้งสองมิได้มีเจตนาร่วมด้วยในการประทุษร้ายดังกล่าว จึงผิดเพียงฐานพยายามลักทรัพย์ ตามนัยฎีกาที่ ๑๒๑๑/๒๔๙๔
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้งสองกับนายแป๋วผู้ตายสมคบกันปล้นผู้เสียหายและใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าเพื่อให้รอดพ้นการจับกุม หากแต่การกระทำไม่บรรลุผลพิพากษาแก้ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสี่, ๘๐, ๘๓และมาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ให้จำคุกคนละ ๑๒ ปี คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา บรรเทาโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงให้จำคุกไว้คนละ ๘ ปี
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายแป๋วดื่มสุราแล้วชวนจำเลยทั้งสองไปลักกระบือจำเลยทั้งสองเพียงแต่คอยอยู่ที่ประตูรั้วบ้านเพราะเป็นคนอยู่หมู่บ้านเดียวกับผู้เสียหาย และไม่รู้เห็นที่นายแป๋วผู้ตายมีปืนพกลูกกรดมาด้วย การที่นายแป๋ววิ่งหนีออกจากคอกกระบือแล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย เป็นการกระทำของนายแป๋วเอง ซึ่งนอกความมุ่งหมายหรือเจตนาของจำเลยทั้งสอง พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 632/2511
พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์
นายชั้ว วิมลพรรณ ที่ 1 นายบุญมา พระสุทธิกรรณ ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · ล. - นายชั้ว วิมลพรรณ ที่ 1 นายบุญมา พระสุทธิกรรณ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วงษ์ วีระพงศ์ · โชค จารุจินดา · บัญญัติ สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายผล พิทักษ์พล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา