⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 718/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2511

ป.อาญา ม.83, 276, 284 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่สมคบกับพวกเพื่อฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรานั้น ไม่ถือว่าจำเลยสมคบรู้เห็นในการลักทรัพย์ของผู้เสียหายด้วย หากการลักทรัพย์นั้นเกิดขึ้นโดยพรรคพวกของจำเลยกระทำโดยพลการในฉับพลันทันที

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสมคบร่วมกับพวกไปดักฉุดคร่าผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา มิได้มุ่งประสงค์ต่อทรัพย์แต่พรรคพวกของจำเลยได้ล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายอีกคนหนึ่งไปด้วย อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฉับพลันทันที จะฟังว่าจำเลยสมคบรู้เห็นกับพวกในการลักทรัพย์ผู้เสียหายนั้นด้วยไม่ได้ จำเลยคงมีผิดฐานฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยรวม ๒ สำนวน ซึ่งศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาสำนวนแรกในข้อหาร่วมกับพวกปล้นทรัพย์นายโสภีแก้วดี และมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต สำนวนหลังในข้อหาร่วมกับพวกฉุดคร่าไปเพื่อการอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรานางสาวกรองมี แก้วดีขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๒๗๖, ๒๘๔, ๘๓พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ และสั่งริบของกลางคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๗๑๒ บาท และนับโทษสำนวนแรกต่อจากสำนวนหลัง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดฐานร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเราตามฟ้อง ไม่ผิดในข้อหามีอาวุธปืนพิพากษาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒, ๒๗๖, ๒๘๔ และ ๘๓ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดตามมาตรา ๙๑ จำคุกจำเลย ๑๐ ปี ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๗๑๒ บาท ข้อหามีอาวุธปืนให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยมีเจตนาเพียงสมคบกับพวกฉุดคร่าและข่มขืนกระทำชำเรานางสาวกรองมี มิได้สมคบร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ด้วยพิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ และ๒๘๔, ๘๓ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามมาตรา ๒๗๖ ซึ่งเป็นกระทงที่หนักตามมาตรา ๙๑ มีกำหนด ๒ ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานปล้นทรัพย์นั้นเสีย เงินของกลาง ๗๐๐ บาท ที่หักเอาไว้จากเงินที่ได้จากตัวจำเลยไม่ได้ความว่าเป็นเงินที่ปล้นได้มา จึงให้คืนจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ด้วย ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยได้สมคบกับพวกแต่เพียงไปดักฉุดคร่านางสาวกรองมีและข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น มิได้มีเจตนามุ่งประสงค์ต่อทรัพย์ การที่พรรคพวกจำเลยล้วงกระเป๋าเอาทรัพย์ของนายโสภีผู้เสียหายไป จะฟังว่าจำเลยได้สมคบรู้เห็นกับพวกปล้นทรัพย์ด้วยไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2511 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายคำ อุตตะมะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายคำ อุตตะมะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · ยง เหลืองรังษี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายจำนง นิยมวิภาต · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 3578/2531ฎีกา 16867/2557ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 893/2563ฎีกา 5957/2530ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557ฎีกา 962/2560ฎีกา 1386/2521ฎีกา 9368/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา