⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 960/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่สำนักทำการของห้างหุ้นส่วนที่โจทก์และจำเลยเป็นหุ้นส่วนกัน โดยบุคคลอื่นรับหมายแทน และมีการปิดหมายนัดพิจารณาที่ดังกล่าว ยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยได้ทราบฟ้องและการพิจารณาของศาล หากจำเลยได้กล่าวถึงเหตุที่ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดโดยละเอียดชัดแจ้ง และมีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ การขอให้พิจารณาใหม่จึงชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไปอยู่ที่ประเทศอินเดียก่อนโจทก์ฟ้อง โจทก์นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่บ้านโจทก์ซึ่งเป็นสำนักทำการห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์จำเลย และคนของโจทก์เป็นผู้รับหมายไว้แทน ตลอดจนมีการปิดหมายนัดพิจารณาที่บ้านดังกล่าว ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ทราบฟ้องและการพิจารณาของศาล คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยกล่าวว่า จำเลยไปอยู่ที่ประเทศอินเดียยังมิได้กลับประเทศไทย จึงไม่ทราบการถูกฟ้องและการพิจารณาของศาล ถือว่าได้กล่าวถึงเหตุที่ขาดนัดโดยละเอียดชัดแจ้งแล้ว คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยกล่าวว่าตามคำให้การที่จำเลยยื่นควรชนะโจทก์ได้ เพราะความจริงเป็นเรื่องโจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันยังไม่เลิก โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าหุ้นคืน ถือว่าได้กล่าวถึงข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแล้ว พฤติการณ์ที่จำเลยไปอยู่ที่ประเทศอินเดียก่อนโจทก์ฟ้องจนถึงวันที่ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่จำเลยก็ยังมิได้กลับ เมื่อจำเลยทราบว่าถูกฟ้อง ก็ทำใบมอบอำนาจต่อกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา ให้ผู้รับมอบอำนาจมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ถือได้ว่ากรณีมีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ (อ้างฎีกาที่ 42/2506)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.76 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าหุ้นคืนจากจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้อง วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๐๗ เจ้าพนักงานกองหมายได้นำคำบังคับไปส่งให้แก่จำเลยที่บ้านเลขที่ ๗๐๑ ตำบลวังบูรพา นายบีเอม ปานเดย์ได้รับคำบังคับไว้แทน วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๐๗ จำเลยโดยนายรามลาชันซิงห์ ผู้รับมอบอำนาจได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าจำเลยไปกิจธุระที่ประเทศอินเดีย จนบัดนี้ยังไม่กลับไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จำเลยควรชนะคดีบ้านเลขที่ ๗๐๑ เป็นบ้านโจทก์และเป็นสำนักที่ทำการห้างหุ้นส่วนผู้ที่เซ็นรับหมายไว้แทนจำเลยเป็นพวกโจทก์ โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งยกคำขอของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาที่ว่าจำเลยจะขอให้พิจารณาใหม่ได้หรือไม่ว่า จำเลยอ้างว่าไม่ทราบฟ้องและการพิจารณาของศาลโดยจำเลยไปอยู่ที่ประเทศอินเดียก่อนหน้าโจทก์ฟ้อง โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานกองหมายไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยที่บ้านเลขที่ ๗๐๑ ตำบลวังบูรพาซึ่งจำเลยอ้างว่า ไม่ใช่บ้านที่จำเลยอยู่หรือภูมิลำเนาของจำเลยปรากฏว่าไม่พบจำเลย แต่นายบัง เกศมานี ซึ่งอยู่ในบ้านนั้นเป็นผู้รับแทน ในชั้นพิจารณาสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว นายบังผู้นี้ได้มาเบิกความเป็นพยานสนับสนุนโจทก์ การส่งหมายนัดพิจารณาคราวต่อมา ตามรายงานการส่งหมายก็ปรากฏว่าไม่พบจำเลย ศาลจึงสั่งปิดหมาย โจทก์มิได้นำสืบหักล้างข้ออ้างของจำเลยว่านายบังมิใช่คนของโจทก์ หรือว่าความจริงจำเลยได้ทราบฟ้องหรือการพิจารณาของศาลมาตั้งแต่เริ่มแรกการส่งหมายและปิดหมายดังกล่าวแล้วจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ทราบฟ้องหรือการพิจารณาของศาลแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่า คำขอของจำเลยมิได้กล่าวโดยละเอียดถึงเหตุที่ขาดนัด ทั้งไม่มีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า คำขอของจำเลยได้กล่าวอ้างถึงเหตุที่ขาดนัดไว้แล้วว่า จำเลยไปอยู่ที่ประเทศอินเดีย ยังมิได้กลับประเทศไทย จึงไม่ทราบการถูกฟ้องและการพิจารณาของศาล และยังกล่าวคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลว่า ตามคำให้การของจำเลยที่ยื่นควรชนะโจทก์ได้ เพราะความจริงเป็นเรื่องโจทก์จำเลยเข้าหุ้นส่วนกันยังไม่เลิก โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าหุ้นคืนได้ อันเป็นข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลที่ฟังว่า จำเลยเอาเงินค่าหุ้นของโจทก์ไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ที่โจทก์ฎีกาว่า คำขอของจำเลยยื่นเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายบังคับ และไม่มีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้อย่างไรนั้นศาลฎีกาฟังว่า จำเลยไปอยู่ที่ประเทศอินเดียตั้งแต่ก่อนฟ้อง จนถึงวันที่ผู้รับมอบอำนาจมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จำเลยก็ยังมิได้กลับคำบังคับก็ได้ส่งที่บ้านเลขที่ ๗๐๑ เช่นเดียวกับสำเนาฟ้องและหมายนัดพิจารณา ปรากฏว่าจำเลยได้ทำใบมอบอำนาจต่อกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตาตามคำพยานที่จำเลยนำสืบในชั้นไต่สวนได้ความว่า เมื่อจำเลยทราบการถูกฟ้องก็มอบอำนาจให้ผู้ร้องมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์มิได้นำสืบโต้เถียงประการใด จึงพอฟังว่า กรณีมีพฤติการณ์นอกเหนือ ไม่อาจบังคับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ เทียบฎีกาที่ ๔๒/๒๕๐๖ และถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือที่ว่าได้สิ้นสุดลงในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยมอบอำนาจนั้น เมื่อผู้รับมอบอำนาจมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในวันที่ ๑๙ เดือนเดียวกันจึงไม่เกินกำหนดคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงถูกต้องตามกฎหมายและมีเหตุสมควรเชื่อว่าจำเลยที่ขาดนัดมาศาลไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2511 นายจันดี มิชชีร์ โจทก์ นายรามยี ซิงห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจันดี มิชชีร์ · จำเลย - นายรามยี ซิงห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 95/2534ฎีกา 396/2536ฎีกา 1069/2527ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 2152/2536ฎีกา 1108/2535ฎีกา 3909/2535ฎีกา 125/2511ฎีกา 177/2538ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1546/2514ฎีกา 9502/2544ฎีกา 76/2523ฎีกา 4041/2542ฎีกา 12445/2547ฎีกา 3934/2530ฎีกา 5768/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา