⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1326/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยกข้อต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะยกขึ้นต่อสู้ภายหลังวันชี้สองสถานก็ไม่ต้องห้าม

ย่อคำพิพากษา

การขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะยื่นคำร้องภายหลังจากวันชี้สองสถาน ก็ไม่ต้องห้าม โจทก์ฟ้องว่า สรรพากรจังหวัดประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าโดยไม่ชอบ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการวินิจฉัยว่าการประเมินถูกต้องแล้ว โจทก์จึงฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีตามที่ประเมิน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกินกำหนด 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งประเมินขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อไม่มีสิทธิอุทธรณ์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จะได้ความว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สั่งในอุทธรณ์ของโจทก์กว่าการประเมินของเจ้าหน้าที่ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าอุทธรณ์ของโจทก์ขาดอายุที่จะอุทธรณ์ได้แล้ว การสั่งดังนี้ก็หามีผลทำให้อุทธรณ์นั้นถูกต้องขึ้นไม่ เท่ากับยังไม่อุทธรณ์โดยชอบตามกฎหมาย สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาสู่ศาลย่อมไม่มี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180 ประมวลรัษฎากร ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า สรรพากรจังหวัดพระนครได้มีหนังสือถึงโจทก์ ให้เสียภาษีการค้าในการขายที่ดินกับภาษีบำรุงเทศบาล โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๓,๔,๕ และ ๖ ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ กรรมการวินิจฉัยว่า การประเมินถูกต้องแล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ยึดทรัพย์ของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีตามที่ประเมินและเพิกถอนการยึดทรัพย์ จำเลยต่อสู้ว่า การเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ชอบแล้ว ต่อมาเมื่อมีการชี้สองสถานแล้ว จำเลยได้ร้องขอเพิ่มเติมคำให้การว่าภายหลังที่จำเลยยื่นคำให้การแล้ว จำเลยได้ตรวจพบหลักฐานบางอย่างซึ่งไม่เป็นความจริงตามฟ้อง จึงขอเพิ่มเติมคำให้การว่า โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกินกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน อันเป็นการขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๐ โจทก์ไม่มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ เมื่อไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ก็ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีได้มีการชี้สองสถานแล้ว แม้การขอแก้จะเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิม แต่ก็เป็นการยกประเด็นขึ้นใหม่ คดีไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนให้ยกคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การของจำเลย จำเลยยื่นคำแถลงโต้แย้งคำสั่งไว้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าและเทศบาลรายพิพาท ให้ปลดภาระการเสียภาษีของโจทก์ และให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ คืนทรัพย์ที่ยึดไว้แก่โจทก์ไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยคัดค้านข้อหนึ่งว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การที่ต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นไม่ถูกต้อง เพราะอำนาจฟ้องเป็นกรณีเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อคัดค้านที่ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนี้เป็นข้อคัดค้านที่เกี่ยวด้ววยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นไม่ยอมรับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยดังกล่าวข้างต้น เป็นการไม่ถูกต้อง โดยแม้จำเลยจะขอแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อภายหลังจากวันชี้สองสถาน ก็เป็นการไม่ถูกต้อง โดยแม้จำเลยจะขอแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อภายหลังจากวันชี้สองสถาน ก็เป็นการไม่ต้องห้ามด้วยประมวลกฎหมายวิธพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ และเมื่อรับคำให้การเพิ่มเติมดังกล่าวนี้ไว้แล้วก็มีประเด็นจะต้องนำสืบกันต่อไปก่อนที่จะชี้ขาดตัดสินคดีได้ แต่เนื่องจากศาลชั้นต้นไม่รับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยมาและคู่ความก็ยังไม่ได้นำสืบกันในประเด็นข้อนี้ เพียงแต่ได้ความว่า กรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยเคยสั่งในอุทธรณ์ของโจทก์ที่ยื่นไว้ว่า การประเมินของเจ้าหน้าที่ถูกต้องแล้ว ถ้าหากอุทธรณ์ของโจทก์ขาดอายุที่จะอุทธรณ์ได้แล้ว การสั่งดังนี้ก็หามีผลทำให้อุทธรณ์นั้นถูกต้องขึ้นไม่ เท่ากับยังไม่มีอุทธรณ์โดยชอบด้วยกฎหมายขึ้นเลย สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาสู่ศาลจึงหามีไม่ ชอบที่จะต้องให้ศาลชั้นต้นสืบพยานในประเด็นข้อนี้ก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การเพิ่มเติมของจำเลยไว้แล้วสืบพยานเพิ่มเติม เสร็จแล้วพิพากษาคดีใหม่โดยนัยดังกล่าวมาข้างต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2512 นายวรวิทย์ สุริยมงคล โจทก์ พันตำรวจเอกเลื่อน กฤษณามระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร กับพวกรวม 6 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวรวิทย์ สุริยมงคล · 6 - พันตำรวจเอกเลื่อน กฤษณามระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนคร กับพวกรวม · จำเลย - คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายแปลก ศิงฆมานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 3148/2535ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา