⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1609/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงแบ่งแยกและครอบครองทรัพย์มรดกที่พิพาทกัน ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จะนำพยานบุคคลมาสืบไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

มารดาตาย โจทก์จำเลยได้รับโอนมรดกที่พิพาทร่วมกัน ต่อมาได้ตกลงแบ่งแยกกับครอบครอง ถือว่าเป็ฯการตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทจะมีขึ้นให้เสร็จไป เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 850 แต่เมื่อมิได้มีหลักฐษนเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดตามประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851 จะนำพยายบุคคลมาสืบหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 โดยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 530/2496 และ 147/2510

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1750

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน เมื่อบิดามารดาตายได้พากันขอรับมรดกที่พิพาทร่วมกัน และได้ครอบครองตลอดมา ขอให้บังคับให้จำเลยแบ่งคนละครึ่ง จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นคนออกเงินซื้อที่พาทลงชื่อมารดาในโฉนดเมื่อมารดาตาย โจทก์จำเลยได้ตกลงแบ่งกันเป็นสัดส่วน โดยจำเลยได้ส่วนหน้าพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ได้ส่วนหลังซีกด้านทิศตะวันตก แบ่งแล้วต่างคนต่างก็ครอบครองเป็นส่วนสัดตลอดมา การตกลงแบ่งที่พิพาทไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การตกลงแบ่งที่ดินพิพาทเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ย่อมรับฟังไม่ได้ พิพากษาให้แบ่งที่พิพาทคนละครึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อมารดาโจทก์จำเลยตาย ที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์จำเลย โจทก์จำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์รวมกัน ต่อมาได้ตกลงแบ่งแยกที่พิพาทกันครอบครอง ถือว่าเป็นการตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทซึ่งจะมีขึ้นให้เสร็จไป เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมคามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐ มิใช่ตกลงกันแบ่งปันทรัพย์มรดก แต่เมื่อมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายโจทก์ที่ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๑ จำเลยจะนำสืบพยานบุคคลไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา ๙๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจาณณาความแห่ง โดยนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๕๓๐/๒๑๙๖ ระหว่างนายชิน ตันสุหัส โจทก์ นายชูศรี ตันสุหัส กับพวก จำเลย และที่ ๑๔๒๐/๒๕๑๐ ระหว่างนายเจริญ โสฆะมัย โจทก์ นางสังวาลย์ จันทูป จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2512 นางรัชนี รัตนสิน โจทก์ นางทองอินทร์ ตันตระกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางรัชนี รัตนสิน · จำเลย - นางทองอินทร์ ตันตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แสวง จินดานนท์ · จินตา บุณยอาคม · บัญญัติ สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ ทิพยมนตรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 2503/2523ฎีกา 2335/2551ฎีกา 3555/2528ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6801/2540ฎีกา 194/2543ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 794/2509ฎีกา 643/2497ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3886/2566ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 39/2524ฎีกา 306/2506ฎีกา 898/2534ฎีกา 6848/2540ฎีกา 8207/2538ฎีกา 1413/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา