คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคู่สัญญาตกลงกันว่าให้ทำหนังสือสัญญาอีกฉบับหนึ่งเพื่อกำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอมทำหนังสือสัญญาตามที่ตกลงกัน ถือว่ายังไม่มีสัญญาต่อกัน และฝ่ายที่ไม่ยอมทำสัญญาไม่มีความผิดสัญญา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ตกลงจะซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวจากจำเลยด้วยเงินผ่อน ได้วางเงินมัดจำไว้แล้วแต่มีข้อตกลงกันว่า จะทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายกันอีกฉบับหนึ่ง เพื่อกำหนดการชำระเงินการแบ่งแยกโฉนดและการโอนกรรมสิทธิ์ หากโจทก์ไม่ทำสัญญาภายในกำหนด 1 เดือน ถือว่าโจทก์ไม่ซื้อ ยอมให้จำเลยริบเงินมัดจำได้ ดังนี้ หากโจทก์ไม่ยอมทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายตามที่ตกลงกันไว้ ย่อมถือว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกัน โจทก์จะหาว่าจำเลยผิดสัญญาและเรียกร้องให้จำเลยขายที่ดินพร้อมตึกแถวให้โจทก์หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินพร้อมตึกแถวให้โจทก์ในราคา ๓๕,๐๐๐ บาท ได้รับมัดจำไว้ ๓,๐๐๐ บาท เมื่อแบ่งแยกโฉนดเสร็จ จำเลยไม่ยอมโอนให้โจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยโอนและรับเงินส่วนที่เหลือ
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ผิดข้อตกลงไม่ยอมทำสัญญาจะซื้อขาย ซึ่งมีกำหนดเวลาชำระเงินเป็นงวด จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและริบเงินมัดจำ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบอกขายตึกแถวรวมทั้งที่ดิน๑๐ ห้องให้แก่ผู้เช่า ผู้เช่าจะซื้อด้วยเงินสดหรือเงินผ่อนก็ได้ผู้เช่าหลายรายตกลงซื้อด้วยเงินผ่อนเมื่อชำระเงินครบถ้วน ก็ได้รับโอนโฉนดที่แบ่งแยกไปจากจำเลย โจทก์ตกลงซื้อห้องพิพาทรวมทั้งที่ดินในราคา ๓๕,๐๐๐ บาท วางมัดจำ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยออกใบรับให้ไว้เป็นหลักฐาน และตกลงกันว่า จะทำสัญญากันขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง เพื่อกำหนดการชำระเงินการแบ่งแยกโฉนดและการโอนกรรมสิทธิ์ ถ้าไม่ทำสัญญาจะซื้อขายภายในกำหนด ๑ เดือน ถือว่าโจทก์ไม่ซื้อ ยอมให้จำเลยริบเงินมัดจำได้ โจทก์ต้องวางเงินล่วงหน้าให้ครบ ๑๐,๐๐๐ บาท ภายในกำหนด ๖๐ วันนับจากวันทำสัญญา ส่วนที่เหลือต้องผ่อนชำระเดือนละ๕๐๐ บาท มีกำหนด ๕๐ เดือน แต่โจทก์ไม่ยอมทำหนังสือสัญญา เนื่องจากหาเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทชำระให้จำเลยตามกำหนดไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าความผูกพันระหว่างโจทก์จำเลยต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๓๖๖ เมื่อโจทก์จำเลยหาได้มีความประสงค์จะให้ผูกพันกันในเรื่องตกลงจะซื้อขายเพียงแต่การวางเงินมัดจำเท่านั้นไม่ หากแต่กำหนดที่จะต้องทำความตกลงในหลักการต่าง ๆ คือกำหนดการชำระเงิน การแบ่งแยกโฉนดและการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อให้สัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์จึงนัดวันทำหนังสือสัญญา ฉะนั้นถ้าไม่ทำหนังสือสัญญาให้เป็นผลสำเร็จ สัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยก็ยังไม่สมบูรณ์ เมื่อโจทก์ไม่ยอมทำหนังสือสัญญาจึงถือว่ายังมิได้มีสัญญาต่อกันจนกว่าจะได้ทำเป็นหนังสือตามมาตรา ๓๖๖ โจทก์จะกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ได้ เพราะสัญญายังไม่มีและโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยขายที่ดินและห้องพิพาทให้โจทก์
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 161/2512
นายสุนทร ตุลาพงษ์ โจทก์
พันตำรวจเอกจเร เพ็ชร์ลดา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุนทร ตุลาพงษ์ · จำเลย - พันตำรวจเอกจเร เพ็ชร์ลดา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ บุปผเวส · สวิง ลัดพลี · ประสม เภกะสุต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประพจน์ ถิระวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา